เรื่องเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน พวกเขาเพิ่งพักผ่อนได้แค่คืนเดียว ยังไม่ทันได้ยิงปืนสักนัด เซี่ยอี้ก็ได้รับแจ้งว่าสถานการณ์แนวหน้ากำลังตึงเครียด พวกเขาไม่ต้องเข้ารับการฝึกฟื้นฟูก่อนออกรบแล้ว เตรียมตัวขึ้นแนวหน้าได้เลย
ทหารเก่าอย่างพวกเขายังพอว่า แต่กลุ่มทหารใหม่ที่อยู่ห้องข้าง ๆ ก็เป็นเหมือนกัน คงต้องไปเรียนยิงปืนกันในสนามรบแล้วกระมัง
คนทั้งกลุ่มถูกจัดขึ้นรถไฟ มุ่งหน้าสู่แนวหน้าเป็นขบวนใหญ่
ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ยังสงบนิ่ง ใบหน้าของเซี่ยเอ่อร์ไกเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย
ส่วนเซี่ยอี้ แม้จะรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่กลับเป็นความผิดหวัง
ถึงอย่างไร เขาก็ยังเฝ้าคิดถึงแต่เรื่องยิงเป้า
ท่าทีเช่นนี้ทำเอาเซี่ยเอ่อร์ไกถึงกับพูดไม่ออก
เขาไม่รู้ว่าเซี่ยอี้คิดอะไรอยู่ ป่านนี้แล้วยังคิดจะยิงเป้าอีกหรือ? พอไปถึงสนามรบจริง เป้ามีให้ยิงตั้งเยอะแยะ เซี่ยอี้อยากยิงเท่าไรก็ยิงได้ กระทั่งยิงจนเอียนก็ยังได้
เมื่อเห็นสีหน้าพูดยากของเซี่ยเอ่อร์ไก เซี่ยอี้ก็ยิ้ม แต่ไม่ได้อธิบายอะไร
ตั้งแต่โบราณมา ชายชาวหัวเซียล้วนปรารถนาจะสร้างความดีความชอบ แม้ต้องมาอยู่ต่างแดน แต่ที่บ้านยังมีแม่ชรารอให้เขากลับไปรักษา เขาก็แค่อยากสะสมความชอบทางการรบให้มากหน่อย จะได้แลกเป็นค่าเสี่ยงภัย ถึงอย่างไรใบแจ้งหนี้ของโรงพยาบาลก็ไม่มีวันหยุดคิดเงินเพียงเพราะเขาอยู่ในสนามรบ
ระยะทางจากที่นี่ไปแนวหน้าไม่ใกล้เลย ระหว่างทางเดิน ๆ หยุด ๆ กว่าจะไปถึงก็เป็นช่วงเย็นของวันถัดมา
เมื่อลงจากรถไฟ ภาพคนหลายร้อยคนรวมตัวกันช่างดูยิ่งใหญ่ ราวกับ...ฝูงสัตว์ที่ถูกต้อนเข้าคอก เพื่อให้นับจำนวนเป็นครั้งสุดท้าย
