อิกอร์จุดบุหรี่ขึ้นมาสูบหนึ่งคำ แล้วจึงพยักหน้า “ดูเหมือนจะเป็นสายลับครับ”
“สายลับ?” เซี่ยอี้เลิกคิ้ว “นายดูออกเหรอว่าเขาเป็นสายลับ?”
อิกอร์ไม่ได้รีบตอบ เขาสูบบุหรี่อีกคำแล้วส่ายหน้า “บอกไม่ถูกเหมือนกัน แค่รู้สึกว่าใช่”
จังหวะนั้น อาหยางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็สอดขึ้นมา
“จริงครับ ในกลุ่มตัวประกันมีคนหนึ่งดูไม่ชอบมาพากล เขาให้ความรู้สึกอันตรายกับผม”
เซี่ยอี้: ???
ที่แท้ทุกคนดูออกกันหมด มีแต่เขาที่ดูไม่ออกสินะ
“ความรู้สึกอันตรายอะไรแบบนี้ก็รู้สึกได้ด้วยเหรอ?”
เซี่ยอี้ล้วงกระเป๋าดู แล้วพบว่าบุหรี่หมดแล้ว สูบหมดระหว่างทางพอดี จึงขอบุหรี่อิกอร์หนึ่งมวน
อาหยางรอให้อิกอร์อนุญาตก่อน แล้วหยิบบุหรี่มวนหนึ่งมาจุดด้วยไฟแช็กของเซี่ยอี้
“สัญชาตญาณแบบนี้เป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่เกิด” อาหยางสูดควันเข้าไปลึก ๆ ก่อนพูดต่อ “ไม่ใช่ทุกคนจะมี”
จริงหรือเปล่าเนี่ย?
เซี่ยอี้ไม่เชื่อ
“แล้วฉันให้ความรู้สึกอันตรายกับนายไหม?” เซี่ยอี้หันไปถาม
อาหยางส่ายหน้า เขาอยากบอกอยู่เหมือนกันว่าความรู้สึกที่เซี่ยอี้ให้เขาก็คือ อีกฝ่ายสามารถซ้อมเขาจนร้องไห้ได้
เซี่ยอี้เงียบไปสองวินาที
“แล้วตอนนี้ล่ะ?”
ชั่วพริบตา ขนทั่วตัวของอาหยางก็ลุกชัน เหมือนแมวที่ขนพอง เขานั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
เขาพยักหน้าอย่างเกร็ง ๆ ราวกับหุ่นยนต์
“มีสัญชาตญาณแบบนี้จริง ๆ ด้วยเหรอ?”
เซี่ยอี้พึมพำด้วยความสงสัย แล้วเก็บอินทรีทะเลทรายสีทองที่อยู่ใต้โต๊ะกลับไป
