เงามารที่อยู่ไกลออกไปคำรามขึ้นอีกครั้ง ก่อนร่างจะวูบไหวมาปรากฏตรงหน้าไป๋อินในพริบตา
ดวงตาสีแดงฉานจับจ้องเหยื่อบนพื้นเขม็ง เงามารยกคมดาบขนาดใหญ่ที่ก่อร่างจากหมอกดำขึ้นสูง พร้อมจิตสังหารที่หมายจะฟาดฟันทุกสิ่งให้ขาดสะบั้น แล้วฟันลงใส่ศีรษะของไป๋อินอย่างแรง!
“จะตายแล้ว จะตายแล้ว!”
“แต่ฉันเพิ่งฉลองวันเกิดครบ 100 ปีเองนะ ยังอยู่ได้อีกตั้งหลายร้อยปี ฉันยังไม่แก่ ไม่อยากตาย”
ในเสี้ยววินาทีคับขันนั้นเอง
“ครืน—หึ่ง!!!”
เสียงคำรามของมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์กรีดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน
ทันใดนั้น เปลวไฟดำประหลาดก็ลุกโชนขึ้นบนร่างเงามารโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย “พรึ่บ”!
“อ๊ากกกก—!”
จิตสังหารอันเกรี้ยวกราดของเงามารแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวสุดขีดในพริบตา มันตะเกียกตะกายปัดไฟดำบนตัวอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเปลวไฟกลับเกาะติดแน่นราวกับหนอนชอนไชกระดูก ยิ่งเผายิ่งลุกโหม ถึงขั้นเริ่มเผาผลาญต้นกำเนิดพลังมารของมัน
“ฟ้าว—!!!”
ทวนยาวนามว่าเจี๋ยอวิ๋นพุ่งทะยานด้วยแรงมหาศาลราวคลื่นถล่มภูผา แทงทะลุอกเงามารอย่างแม่นยำ เสียงระเบิดดังสนั่น ก่อนร่างอสูรมารขั้นสี่จะถูกตรึงแน่นกับผนังรับน้ำหนักหนาของโรงงาน!
แรงสะท้อนมหาศาลทำให้ผนังทั้งแถบปริร้าวในพริบตา
“เอี๊ยด—”
เสียงเบรกแหลมบาดหูดังขึ้น มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สีดำสนิทคันหนึ่งดริฟต์ท้ายอย่างดุดัน ก่อนหยุดนิ่งอย่างมั่นคงห่างออกไปไม่กี่เมตร
เสิ่นฉางอันยันพื้นด้วยเท้าข้างเดียว ชุดนักเรียนสีน้ำเงินสลับขาวยังอยู่บนตัว เขาถอดหูฟังยุทธวิธีออก แล้วมองไป๋อินที่บาดเจ็บสาหัสอยู่บนพื้น น้ำเสียงเจือแววขอโทษอยู่เล็กน้อย “ขอโทษที ข้างหน้ารถติดนิดหน่อย เลยมาช้า”
