วันรุ่งขึ้น
ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วมหาวิทยาลัยชิงต้า ว่าโครงการที่เฮ้อซวยหลินรับผิดชอบเกิดปัญหาร้ายแรง
ตลอดทั้งเช้า เหวินถิงเซี่ยจมอยู่กับความรู้สึกผิด จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ตอนบ่ายโมงสามสิบสองนาที เหวินถิงเซี่ยรอเฮ้อซวยหลินอยู่ที่จุดนัดพบ
“ขอโทษนะ ผมมาช้าไปสองนาที”
สมแล้วที่เป็นคุณชายผู้ดีมีการศึกษาสูง ไม่ว่าจะเจอเรื่องใหญ่แค่ไหน หรือต้องยุ่งวุ่นวายเพียงใด ก็ยังรักษาสัญญาและมาตามนัด
“บ่ายนี้ผมยังมีธุระต้องจัดการ มื้อกลางวันกินที่โรงอาหารได้ไหม” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้ม นุ่มนวล สีหน้าสงบนิ่ง ไม่มีร่องรอยของความกระอักกระอ่วนจากการเผชิญปัญหาเลยแม้แต่น้อย
บุคลิกสุขุมไม่รีบร้อน เสื้อผ้าเรียบร้อยไร้ที่ติ
“รุ่นพี่ เป็นความผิดของฉันเอง เมื่อคืนฉันไม่ควรชวนรุ่นพี่ออกไปกินข้าวเลย ฉันทำให้โครงการของรุ่นพี่มีปัญหาใช่ไหม” เหวินถิงเซี่ยเอ่ยเสียงแผ่ว อารมณ์หม่นหมอง
ตัวประกอบหญิงเป็นตัวกาลกิณี
เธอไม่ลืมคำพูดของคิวคิว การมีอยู่ของเธอก็เพื่อเป็นตัวถ่วงพระเอก ขัดขวางการเติบโตของเขา
แต่เฮ้อซวยหลินเป็นคนที่มีความฝันและความทะเยอทะยานชัด ๆ โครงการที่เขารับผิดชอบเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคุณูปการให้แก่งานวิจัยของชาติ เป็นเรื่องที่มีความหมายมาก
เหวินถิงเซี่ยชื่นชมคนแบบนี้มาตลอด
เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วง แต่เธอก็อยากมีชีวิตอยู่
“ไม่เกี่ยวกับเธอ”
เฮ้อซวยหลินเหลือบมองม่านหมอกที่เอ่อคลอในดวงตาของหญิงสาว น้ำเสียงที่นุ่มนวลอยู่แล้วอ่อนโยนลงอีกเพราะความรู้สึกผิด ราวกับธารน้ำใสที่ช่วยปลอบประโลมหัวใจและปัดเป่าความเหนื่อยล้าของเขา
