เสิ่นหลิงเหยาสวมรองเท้าส้นสูงยืนรออยู่หน้าห้องแล็บของมหาวิทยาลัยชิงต้ามาครึ่งชั่วโมงกว่า แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเฮ้อซวยหลิน
เธอเข้าไปถามนักศึกษาคนหนึ่งที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องแล็บ ถึงได้รู้ว่าเฮ้อซวยหลินกลับไปตั้งนานแล้ว แถมยังไม่ตอบข้อความที่เธอส่งไปทางมือถือด้วย
เสิ่นหลิงเหยาบิดข้อเท้าที่ปวดเมื่อย ความรู้สึกน้อยใจพลันถาโถมเข้ามา ขอบตาแดงก่ำขึ้นในพริบตา แม้ไม่มีน้ำตาสักหยด แต่กลับดูน่าสงสารจับใจ
“เหมียว~”
ในแปลงต้นไม้ข้าง ๆ ลูกแมวตัวจ้อยค่อย ๆ โผล่หัวออกมาอย่างหวาด ๆ แล้วร้องเบา ๆ หนึ่งครั้ง
เสิ่นหลิงเหยาหันไปมอง ทำปากยื่นนิด ๆ ก่อนหยิบไส้กรอกแฮมออกจากกระเป๋า แกะพลาสติกหุ้ม แล้วเดินไปหาลูกแมวตัวน้อย จากนั้นก็ย่อตัวลงข้างแปลงต้นไม้เพื่อป้อนอาหารให้มัน
ตอนสวี่เชียนมาถึง ภาพที่เห็นก็คือเสิ่นหลิงเหยาในสภาพนั้น
ทั้งที่อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว แต่เธอก็ยังไม่ลืมให้อาหารแมวจรจัดกับหมาจรจัดข้างทาง
บนโลกนี้จะมีผู้หญิงที่จิตใจดีและบริสุทธิ์ขนาดนี้ได้ยังไงกัน
ไม่แปลกใจเลยที่คนในตระกูลเสิ่นจะรักและเอ็นดูเธอ แม้แต่ลูกชายมหาเศรษฐีในวงการเมืองหลวงก็ยังมองเธอเป็นเจ้าหญิงน้อย คอยทะนุถนอมเธอไว้บนฝ่ามือ
ด้วยท่าทางน่าสงสารชวนให้คนเอ็นดูแบบนั้น คงไม่มีผู้ชายคนไหนที่พอได้รู้จักเธอแล้วจะไม่ตกหลุมรัก รวมถึงเฮ้อซวยหลินด้วย
