สามทุ่มกว่า บริเวณหน้าประตูมหาวิทยาลัยชิงต้า
เสิ่นหลิงเหยาเองก็ไม่รู้ว่ามาที่นี่ทำไม ยังคาดหวังอะไรอยู่ คำสารภาพรักที่เธอฝืนลดศักดิ์ศรี รวบรวมความกล้าอยู่นานกว่าจะพูดออกไป กลับถูกผู้ชายคนนั้นปฏิเสธ
เธอควรตัดใจได้แล้ว
เมื่อก่อนเสิ่นหลิงเหยาไม่กล้าเผชิญหน้ากับแฟนสาวของเฮ้อซวยหลินเลยสักครั้ง
เธอหลอกตัวเองว่า ขอแค่ไม่เคยเจอผู้หญิงคนนั้น ก็แกล้งทำเป็นว่าอีกฝ่ายไม่มีตัวตน และแกล้งทำเป็นว่าความรักของเธอมีเหตุผลรองรับได้
แต่ตอนนี้ เธอกลับเริ่มอยากรู้จักแฟนสาวของเฮ้อซวยหลินขึ้นมา
ผู้หญิงแบบไหนกัน ถึงทำให้เฮ้อซวยหลินพูดประโยคนั้นออกมาได้ว่า “ฉันรักแฟนของฉันมาก”
หนุ่มฮอตประจำมหาวิทยาลัยเฮ้อผู้ไม่ว่าเมื่อไรก็สุขุมเยือกเย็น สูงส่งเย็นชาและบริสุทธิ์ราวกับเซียนบนสวรรค์ คาดไม่ถึงว่าจะพูดคำหวานซึ้งกินใจแบบนี้ได้
เสิ่นหลิงเหยาอิจฉาจนแทบบ้า แต่ก็เจ็บปวดจนหายใจไม่ออก
ในพุ่มไม้ริมทางเดินเล็ก ๆ ลูกแมวตัวหนึ่งยื่นหัวออกมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ดวงตากลมใสกวาดมองรอบตัวอย่างหวาดระแวง
เสิ่นหลิงเหยาหันไปมอง หยิบไส้กรอกที่พกติดกระเป๋าออกมา แล้วเดินเข้าไปหาไม่กี่ก้าว
บางทีอาจเป็นเพราะเธอให้อาหารแมวจรจัดกับหมาจรจัดมามาก ผู้คนมักพูดกันว่าคนที่คลุกคลีกับสัตว์ตัวเล็กบ่อย ๆ จะมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ทำให้พวกมันอยากเข้าใกล้
