เสียงกลไกเสียดสีกันก้องสะท้อนไปมาในโถงใหญ่ที่ว่างเปล่า
เสียงแหลมบาดหู
ฝุ่นจำนวนมากร่วงลอดออกมาจากร่องระหว่างอิฐกำแพง
เสียง “กึก” ทึบดังขึ้น ผนังหินเขียวทั้งผืนสองฟากโถงใหญ่พลันพลิกเปิดเข้าด้านใน
หลังกำแพงไม่มีทางเดิน
มีแต่หลุมหินรูปทรงคล้ายรังผึ้งเรียงรายแน่นขนัด
ราวกับรังต่อที่ถูกขยายใหญ่ขึ้นร้อยเท่า ขุดลึกเข้าไปในภูเขาอันเย็นเยียบแข็งกระด้าง
กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงราวกับท่อระบายน้ำที่หมักหมมมาหลายสิบปีพุ่งเข้ามาในโถงใหญ่ทันที
กลิ่นฉุนเกินทน
หลีชู่ขย้อนออกมา มือทั้งสองข้างปิดจมูกไว้แน่น
น้ำย่อยเปรี้ยวไหลย้อนขึ้นมาตามหลอดอาหาร กลิ่นฉุนจนเขาน้ำตาไหล
มีเสียงผ้าฉีกขาดดังมาจากในหลุมหิน
มือแห้งกร้านข้างหนึ่งเกาะขอบหลุมหินไว้
หนังเนื้อบนนิ้วแห้งกรังเป็นสีน้ำตาลดำมานานแล้ว แนบติดกับกระดูกแน่น
เล็บยาวดำ บนเล็บมีคราบโคลนศพหนาเตอะเกาะอยู่ชั้นหนึ่ง
จากนั้น ศพแห้งใต้ดินนับไม่ถ้วนที่สวมเกราะขาดรุ่งริ่งก็ทยอยคลานออกมาจากหลุมรังผึ้ง
แผ่นเกราะสำริดกระทบกัน ส่งเสียงดังกราว
เบ้าตาของพวกมันลึกโบ๋ ข้างในเหลือเพียงหลุมดำสองหลุม
กระดูกขากรรไกรขยับขึ้นลง ฟันกระทบกันส่งเสียง “กึก ๆ” ชวนให้หนังศีรษะชาวาบ
หนึ่งร่าง สิบร่าง นับร้อยร่าง
ศพแห้งกรังเบียดอัดกันราวกับคลื่นน้ำ พากันกระโดดลงมาตามกำแพง
เมื่อร่วงถึงพื้นก็เหยียบก้อนหินจนแตกละเอียด ก่อนพุ่งตรงเข้าหาคนเป็นกลางโถงใหญ่
เฮยเสียจื่อสบถคำหยาบ
เขาสะบัดพลุไฟเย็นที่ใกล้ไหม้หมดทิ้งไป
จากนั้นก็คว้าปืนลูกซองสั้นออกจากซองปืนที่ต้นขา
“ปัง!”
เปลวไฟสีส้มพุ่งออกจากปากกระบอก แรงสะท้อนทำให้ไหล่เขาสั่นไหว
ศพแห้งกรังร่างที่วิ่งนำอยู่ถูกยิงเข้าที่อก
