ลู่เจ๋อเดินไปหยุดหน้าบ้านสองชั้น
เขากดรหัสชุดหนึ่ง ประตูนิรภัยบานหนาหนักส่งเสียงคลิก ก่อนเปิดออก
ไอเย็นวูบหนึ่งพุ่งเข้าปะทะใบหน้า
“สองวันนี้ เธอพักอยู่ที่นี่”
ลู่เจ๋อยืนหลบอยู่ข้างประตู ส่งสัญญาณให้เธอเข้าไปด้วยสายตา
ทันทีที่ก้าวผ่านธรณีประตู หลี่อิงก็ชะงักไป
เพียงมีประตูกั้น โลกด้านในกับด้านนอกกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
ตรงโถงทางเข้าฝังแผ่นหินหรูธรรมชาติทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ดูเรียบหรูและมีระดับ
พื้นปูด้วยหินอ่อนสีเทาแผ่นใหญ่ ผิวมันวาวจนแทบสะท้อนเงาคนได้
บนเพดานสูงมีโคมระย้าทองเหลืองรูปทรงเรขาคณิตแขวนอยู่หลายดวง แสงไฟสีเหลืองนวลส่องทั่วทั้งบ้าน เติมบรรยากาศอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย
ในห้องนั่งเล่นมีโซฟาหนังแท้เชสเตอร์ฟิลด์วางอยู่ชุดหนึ่ง เส้นสายดูโค้งมนลื่นไหล
ข้างกันเป็นตู้เก็บไวน์ควบคุมอุณหภูมิแบบบิวท์อินที่กินพื้นที่เต็มผนัง ภายในจัดแสดงไวน์แดงบ่มเก่าและวิสกี้หลากชนิด ทุกขวดล้วนมีราคาสูงลิบ
ลู่เจ๋อไม่ได้หยุดอยู่นาน เขาก้าวนำเธอขึ้นไปชั้นสอง
จากนั้นก็ผลักประตูห้องนอนห้องหนึ่งเข้าไปอย่างไม่ใส่ใจ
นี่คือห้องชุดส่วนตัวที่กว้างขวางและประณีต
กลางห้องตั้งเตียงบุผ้ากำมะหยี่ขนาดใหญ่พิเศษไว้หลังหนึ่ง
ลู่เจ๋อสอดมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงอย่างสบาย ๆ ร่างเอนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีเกียจคร้าน
“เธอพักห้องนี้”
“สองวันนี้อยู่ให้เรียบร้อย ห้ามออกจากบ้านหลังนี้แม้แต่ก้าวเดียว”
“ฉันจะให้คนเอาอาหารมาส่งตรงเวลา”
“ถึงวันรับของแล้ว ฉันจะมารับเธอ”
พูดจบเขาก็โยนโทรศัพท์ดาวเทียมเครื่องหนึ่งให้หลี่อิง แล้วผลักประตูเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง
หลี่อิงมองแผ่นหลังที่จากไป มุมปากยกขึ้น ก่อนตอบเสียงดัง
“ได้เลย! ขอบคุณคุณลู่!”
ปากไม่ตรงกับใจจริง ๆ! พวกผู้มีอำนาจนี่นิสัยประหลาดกันทุกคน
เมื่อได้ยินเสียงประตูชั้นล่างปิดลง
หลี่อิงก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มด้านหลังอย่างแรง
ฮือ ๆ... สบายสุด ๆ เลย!
