ยามเช้าของอีกสองวันต่อมา
นอกเมืองคาบูล ห่างไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 30 กิโลเมตร เป็นพื้นที่รกร้างดินเค็มแห่งหนึ่ง
ที่นี่ไร้ผู้คน มีเพียงพุ่มหนามอูฐแห้งตายกับก้อนหินผุกร่อนกระจัดกระจาย
สุดสายตาเห็นเพียงโกดังเก่าสมัยโซเวียตที่ถูกทิ้งร้างหลังหนึ่งตั้งโดดเดี่ยวอยู่
กำแพงอิฐแดงด่างดำแตกร้าว ปูนฉาบหลุดร่อนเป็นแผ่น เผยให้เห็นอิฐหินเก่าคร่ำคร่า
รอบด้านเงียบสนิท แม้แต่เงานกสักตัวก็ไม่เห็น
สายลมพัดพาเม็ดทรายกระแทกประตูเหล็กขึ้นสนิมของโกดัง ส่งเสียงหวีดแหลม
รถแลนด์ครุยเซอร์สองคันที่เปื้อนฝุ่นจอดเรียงกันหน้าประตูโกดัง
ลู่เจ๋อลงจากรถคันหน้า ชุดพรางสำหรับปฏิบัติการกระชับคล่องแคล่ว เขาพิงรถ คาบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดไว้ในปาก
ไม่นาน รถคันหลังก็จอดสนิท
หลี่อิงลงจากรถ ลมพัดผมหน้าม้าที่ปรกหน้าผากของเธอจนยุ่ง เธอไม่ได้เดินเข้าไปใกล้ เพียงยืนห่างจากเขาสามก้าว
“ของอยู่ข้างใน” ลู่เจ๋อคายบุหรี่ออกจากปาก “เข้าไปตรวจดูสิ”
“แน่ใจนะว่าไม่มีกล้องวงจรปิด?”
หลี่อิงกวาดตามองรอบตัว บริเวณนี้รกร้างถึงขนาดไม่มีแม้แต่จุดให้ติดตั้งกล้อง
ลู่เจ๋อหัวเราะเยาะเมื่อได้ยิน
“ที่นี่ไม่มีแม้แต่สัญญาณโทรศัพท์ จะมีกล้องวงจรปิดได้ยังไง?”
หลี่อิงพยักหน้าเบา ๆ
“ไม่ต้องตรวจของหรอก!! ฉันเชื่อคุณ!”
“ไม่กลัวว่าฉันจะหลอกเธอหรือไง?”
“คุณไม่ทำหรอก”
เธอมองเขา แววตาสงบนิ่งจนน่ากลัว
เธอเดินไปตรงหน้าลู่เจ๋อ ล้วงกระดาษแผ่นหนึ่งที่พับเป็นสี่เหลี่ยมเรียบร้อยออกจากกระเป๋า แล้วยัดใส่มือเขา
“นี่อะไร?” ลู่เจ๋อขมวดคิ้ว
“ที่อยู่ของฉันในประเทศจีน กับเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว”
เสียงของหลี่อิงแผ่วเบา แต่หนักแน่นจนไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
“ก่อนวันที่ 2 พฤษภาคม คุณต้องไปหาฉันที่นั่น”
