ไม่นาน ทั้งสองก็กลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ของเย่หานชวน
ทันทีที่เปิดประตู ไฟตรวจจับตรงโถงทางเข้าก็สว่างขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้รู้ได้ชัดเจนว่านี่คือบ้านของชายโสดคนหนึ่ง
ภายในบ้านไม่มีของตกแต่งที่ไม่จำเป็นเลยสักชิ้น ใช้สีดำกับสีเทาเป็นโทนหลัก แม้แต่ผ้าม่านก็ยังเป็นสีเดียวกัน
ห้องนั่งเล่นกว้างใหญ่มีเพียงชั้นหนังสือที่กินพื้นที่เต็มผนังกับโต๊ะทำงานหนึ่งตัว นอกนั้นก็มีแค่โซฟาตัวใหญ่
เรียกได้ว่าเข้ากับนิสัยของเย่หานชวนอย่างสมบูรณ์แบบ เย็นชา มีวินัย นอกจากงานแล้วก็ไม่มีความสุนทรีย์ในชีวิตแม้แต่น้อย
หลี่อิงอดยกมือกุมหน้าผากเงียบ ๆ ไม่ได้
ชาตินี้ถ้าเธอคบกับเย่หานชวนจริง ๆ คงเบื่อตายแน่
แต่พอคิดอีกที
ไม่สิ บทที่ต้องลากบุปผาสูงส่งลงจากแท่นบูชา ดูเหมือนจะท้าทายกว่าเสียอีก...
พอคิดได้ดังนั้น เธอก็แอบเหลือบมองแผ่นหลังสูงสง่าที่เย็นชาอยู่ตรงหน้า
มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
หลี่อิงยังจินตนาการต่อไม่ทันจบ เย่หานชวนก็รีบร้อนดึงเธอให้นั่งลง แล้วขอให้เล่าเรื่องชาติก่อนให้ฟัง
หลี่อิงจึงได้แต่เล่าเรื่องในชาติก่อนให้เขาฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง
คราวนี้เมื่อพูดถึงเรื่องเหล่านั้น เธอก็เล่าได้อย่างสงบนิ่งแล้ว
แต่สีหน้าของเย่หานชวนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลับค่อย ๆ เย็นเยียบลง
ยิ่งฟัง บรรยากาศรอบตัวเขาก็ยิ่งกดดัน
นิ้วมือกำแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ร่องกระดูกปรากฏสีเขียวคล้ำ ดวงตาดำสนิทเต็มไปด้วยความแดงก่ำ
