คนที่ขี่จักรยานไม่ได้เข้ามาใกล้
พวกเขาแค่เฝ้ามองอยู่ไกล ๆ ครู่หนึ่งก็หันหัวจักรยานจากไป
การกระทำนี้แปลกอยู่บ้าง แต่จางเหวินซูไม่ได้ใส่ใจ ผู้รอดชีวิตพบกัน อาจมีภาพคนบ้านเดียวกันเจอกันแล้วน้ำตาคลอด้วยความยินดี แต่ตัวอย่างที่แย่งชิงกันจนถึงขั้นฆ่าฟันก็มีไม่น้อย
ไม่เข้าใกล้ คอยหยั่งเชิงอย่างระมัดระวังต่างหากที่เป็นเรื่องปกติ
ส่วนการพบกันระหว่างลู่เฉินเฉิน เจียงเต๋อจิน และจางเหวินซูนั้นพบเห็นได้ไม่บ่อยนัก อาจจะประหลาดอยู่สักหน่อย
เขาโบกมือแล้วพูดว่า “ไปกันเถอะ กลับก่อน ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ไม่ควรอยู่ข้างนอกนาน”
ทุกคนเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วก็เริ่มเดินทางกลับ
เฒ่าเจียงแบกเครื่องมือ ส่วนลู่เฉินเฉินกับจางเหวินซูช่วยแม่ลูกแบกสัมภาระ ทั้งกลุ่มเดินไปตามทางแคบผ่านทุ่งหญ้ารกอย่างเชื่องช้า
ยามอาทิตย์อัสดง พวกเขาก็ลอดเข้าไปในกำแพงอันเงียบสงบ
จางเหวินซูจัดสรรห้องพักใหม่
เขายังคงอยู่ห้องแรก ส่วนลู่เฉินเฉินย้ายออกจากห้องที่สองมาอยู่กับเขา ห้องที่สองยกให้สวี่เจินกับลูกชาย ส่วนเฒ่าเจียงย้ายไปห้องที่สาม ซึ่งเดิมเป็นห้องเก็บเครื่องมือ เขาชอบอยู่ในที่แคบ ๆ ซึ่งวางเครื่องมือเต็มไปหมดแบบนี้
ตอนนี้มีผู้หญิงเพิ่มมาอีกคน การอาบน้ำจึงไม่สะดวกเหมือนก่อน
ถึงจะเป็นวันสิ้นโลกและหลายเรื่องไม่ต้องใส่ใจแล้ว แต่จางเหวินซูก็ไม่ได้ชอบแก้ผ้าล่อนจ้อนต่อหน้าผู้หญิง โชคดีที่เจียงเต๋อจินแก้ปัญหานี้ได้อย่างรวดเร็ว เขาหาเศษไม้เก่ามาทำเป็นโครง แล้วใช้ผ้าขาดกับไม้กั้นแยกพื้นที่ส่วนตัวออกมา
จางเหวินซูกับลู่เฉินเฉินช่วยกันซ่อมแซมตามที่เขาแนะนำ
ทำได้รวดเร็ว แถมผลลัพธ์ยังดีด้วย
พวกเขาเลือกพื้นที่ราบสองจุด แล้วสร้างที่อาบน้ำแบบง่าย ๆ ขึ้นมาสองแห่ง แยกชายหญิง แม้จะไม่สะใจเท่าอาบน้ำกลางแจ้ง แต่ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดเรื่องน่าอึดอัดขึ้น
เจียงเต๋อจินมองที่อาบน้ำทั้งสองแห่ง หัวใจเต็มไปด้วยความพึงพอใจจนบรรยายไม่ถูก
มันเรียบง่ายมากจริง ๆ แต่ก็แก้ปัญหาได้ตรงจุด
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาหลบซ่อนตัว ไม่ก็หนีซอมบี้กับพวกอันธพาล ไม่ก็ออกตามหาอาหารและแหล่งน้ำ ราวกับเป็นหนูที่อาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำ ไม่อาจเห็นแสงตะวัน ไร้ศักดิ์ศรีแม้แต่น้อย และยิ่งไร้ความหวัง
