“พวกนั้นอ้างว่าโลกกลายเป็นแบบนี้ก็เพราะช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน และความแตกต่างระหว่างคนแข็งแกร่งกับคนอ่อนแอ สวรรค์จึงส่งภัยพิบัติมาเพื่อทำลายทุกสิ่งแล้วเริ่มต้นใหม่”
จางเหวินซูพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ถึงจะฟังไม่ค่อยมีเหตุผล แต่คิดได้แบบนี้ก็ยังต่างจากแก๊งอันธพาลทั่วไปอยู่บ้าง แล้วต่อจากนั้นล่ะ? ถ้าคิดต่อจากแนวคิดนี้ พวกเขาก็ต้องรณรงค์ให้ทุกคนเท่าเทียมกันหรือเปล่า?”
เจียงเต๋อจินส่ายหน้า “ก็เหมือนจะใช่ แต่ก็เหมือนจะไม่ใช่...ฉันแยกไม่ออก รู้แต่ว่าวิธีแก้ปัญหาที่พวกนั้นพูดถึงคือการแบ่งปัน อาหารแบ่งปันกัน แหล่งน้ำแบ่งปันกัน เครื่องมือก็แบ่งปันกัน แฟนกับเมีย...ก็แบ่งปันกัน”
พอได้ยิน จางเหวินซูก็เขี่ยกองไฟ พลางหัวเราะหึ ๆ อย่างเย็นชา “ไงล่ะ จากเท่าเทียมกันทุกคน กลายเป็นผู้ชายเท่าเทียมกันแทนหรือไง?”
นอกจากเจ้าหนูอ้วนที่ยังไม่เข้าใจ อีกสองคนก็รู้สึกขัดหูขัดตาเหมือนกัน
ลู่เฉินเฉินคายก้างปลาออกมาแล้วพูดสั้น ๆ ว่า “ลัทธินอกรีต”
“ใช่เลย คำนี้แหละทำให้ฉันเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าทำไมถึงรู้สึกแปลก ๆ” เจียงเต๋อจินกระจ่างขึ้นมา ก่อนจะจุปากแล้วลูบคาง พูดต่อว่า “มันฟังดูวิปลาสจริง ๆ ได้ยินว่ามีสมาชิกในแก๊งบางคนหัวรุนแรงถึงขั้นเสนอให้แบ่งปันโลกนี้กับซอมบี้ ซอมบี้ไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นพวกที่มาช่วยเรากำจัดขยะ”
จางเหวินซูเงียบไป พูดอะไรไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง
คืนนี้แสงจันทร์สว่างกระจ่าง ดาวพร่างเต็มฟ้า
ทางช้างเผือกทอดยาวกว้างใหญ่และเลือนราง
เหล่าผู้รอดชีวิตนั่งล้อมกองไฟ กินอาหารดี ๆ ที่หาได้ยาก
ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่คุ้นเคยกันเลย แต่ตอนนี้กลับมอบความอบอุ่นให้กันและกัน ทุกคนสัมผัสได้ว่ามนุษย์ยังอยู่ตรงนี้ และยังมานั่งกินข้าวพูดคุยร่วมกันได้
แต่หลายสิ่งภายนอกก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน
นอกจากซอมบี้ที่น่าสะพรึงกลัวแล้ว ยังมีองค์กรอย่างแก๊งแบ่งปันโลกเกิดขึ้นอีกด้วย
ในยุคสงบสุข ใครได้ยินเข้าคงหัวเราะเยาะ
แต่ในตอนนี้ล่ะ?
จะมีคนคล้อยตามไหม? เรื่องนี้จะกลายเป็นภัยร้ายแรงหรือเปล่า?
