“นี่เรียกว่าหญ้าหยวนเป่า ได้ยินว่าช่วยขับร้อน ถอนพิษ และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด แต่ก็ได้ยินมาว่าอาจมีพิษ” จางเหวินซูคีบใบไม้ใบหนึ่งขึ้นมา ปลายทั้งสองข้างชี้ขึ้นจนมีรูปร่างคล้ายหยวนเป่า ก่อนกล่าวว่า “ผมเองก็ไม่แน่ใจ แต่ไม่คุ้มเสี่ยงหรอก”
เขาโยนมันทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ ใบไม้ร่วงลงไปในพงหญ้า
คนกลุ่มหนึ่งสะพายตะกร้าสานจากกิ่งหลิว เดินอยู่ในแดนร้าง
พืชพรรณขึ้นหนาทึบสุดลูกหูลูกตา มีทั้งสีเหลืองและเขียว ดอกไม้ป่านานาสีแต่งแต้มอยู่ทั่ว บางครั้งก็เห็นต้นไม้ขึ้นอยู่หนึ่งสองต้น ทั้งต้นใหญ่และต้นเล็ก ถัดออกไปอีกหน่อยเป็นป่าทึบ มองจากด้านนอกเห็นเป็นแนวสีเขียวครึ้ม แต่ข้างในเป็นอย่างไรกลับไม่มีใครรู้ เมื่อลมพัด ใบไม้ก็ไหวเสียดสีกันดังซ่า หากมองแค่ทิวทัศน์ ที่นี่ก็งดงามอย่างแท้จริง
จางเหวินซูเดินนำอยู่หน้าสุด คนอื่น ๆ ตามหลังมา
แดนร้างมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง การเลี้ยงคนไม่กี่คนให้อยู่รอดไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องมีความรู้และรู้วิธีหา อย่างผักป่าที่ขึ้นอยู่เต็มพื้น กินได้ก็จริง แต่ถ้าเลือกผิดก็อาจถึงตายได้
“เมื่อกี้ระหว่างทางมีต้นไม้เยอะมาก ผมลืมสังเกตให้ดี” เจียงเต๋อจินเลียริมฝีปากโดยไม่รู้ตัวก่อนพูดว่า “ถ้าเจอต้นไหว เก็บดอกมันมาสักหน่อย เอาไปสับทำไส้ห่อแป้งแล้วทอด อร่อยสุด ๆ ผมทำเป็น แม่เคยสอนผม เมื่อก่อนท่านพูดถึงเรื่องนี้ทุกปี”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จางเหวินซูก็น้ำลายสอ พลันนึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ มากมาย
ส่วนคนอื่น ๆ ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนั้น จึงไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ
