เธอกอดปืนพิงกำแพงอยู่ตรงมุม บังคับตัวเองให้สงบลงอย่างรวดเร็ว สูดหายใจลึก ๆ เพื่อปรับจังหวะหัวใจ ทบทวนศัพท์ยุทธวิธีที่เคยเรียนมา แล้วนับถอยหลังสามวินาที ก่อนจะเรียกผ่านวิทยุสื่อสารอีกครั้ง “รายงาน หมายเลข 2 สูญเสียพิกัดการเคลื่อนที่ ขอคำสั่ง”
ไม่นานนัก เสียงของไลอันก็ดังขึ้นในหูฟัง “รับทราบ หมายเลข 2 มุ่งหน้าไปยังทิศสิบโมง ถึงตำแหน่งแล้วให้รออยู่กับที่”
“รับทราบ!”
ในที่สุดก็มีคนตอบกลับเสียที
ซ่งจือตัดการสื่อสาร ยกข้อมือขึ้นมองนาฬิกายุทธวิธี วินาทีถัดมา สมองที่เพิ่งสงบลงก็พลันขัดข้องอีกครั้ง
เธอมองตัวเลขอารบิกบนหน้าปัดนาฬิกา แล้วสบถเสียงดังลั่น “เชี่ย!”
ใครมันไปตั้งนาฬิกาของเธอเป็นโหมดตัวเลขกันวะ!
แต่เรื่องแค่นี้ทำอะไรเธอไม่ได้ เธอพอจะใช้สามัญสำนึกประเมินตำแหน่งคร่าว ๆ ได้ ทิศสิบโมงอยู่ทางซ้ายด้านหน้าของเธอ
ซ่งจือจัดอุปกรณ์ให้เรียบร้อย ย่อตัวต่ำแล้วเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปยังจุดพิกัด ระหว่างทางไม่มีการยิงปะทะอีก เธอรายงานพิกัดของตัวเองผ่านวิทยุต่อไป แล้วปรับทิศทางตามคำสั่งของไลอัน
หลังเดินไปได้ราวสี่ถึงห้าร้อยเมตร เธอก็มองเห็นสนามเพลาะผ่านกล้องส่องทางไกล
“รายงาน ด้านหน้ามีสนามเพลาะ จบ!”
กระสุนเปล่าชุดหนึ่งพุ่งผ่านเหนือศีรษะ กระทบกำแพงจนควันฟุ้งตลบ
ไลอันเงียบไปหลายวินาทีหลังรับรายงาน ก่อนจะออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นเดิม “หาทางกระโดดลงไป วิลค์จะไปรับ”
“รับทราบ!”
พอได้ยินว่าวิลค์จะมารับ ซ่งจือก็โล่งใจจนลืมคำว่า “หาทาง” ที่ไลอันพูดไปเสียสนิท สนามเพลาะอยู่ตรงหน้าแล้ว ยังต้องหาทางอะไรอีกล่ะ ก็แค่กระโดดลงไปไม่ใช่หรือไง!
เธอวิ่งพรวดไปข้างหน้า ม้วนตัวตีลังกาลงไปในสนามเพลาะ และในเวลาเดียวกันก็เห็นเพื่อนร่วมทีมที่สวมชุดทำการรบลายพรางอยู่ในนั้น
เธอกอดปืนเผชิญหน้ากับคนที่หมอบอยู่ในสนามเพลาะ แต่ไม่นานก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เพราะอีกฝ่ายมีสามคน รวมเธอด้วยก็เป็นสี่คน
