ซ่งจือเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างคนขับของโคลันต์ ขณะที่ฮิลล์กอดอกพิงกรอบประตูมองออกมา พอดีเห็นโคลันต์เอี้ยวตัวช่วยซ่งจือคาดเข็มขัดนิรภัยจนเรียบร้อย
เสียงฮึดฮัดเย็นชาดังออกมาจากจมูก ปลายนิ้วของเขายังคล้องกุญแจรถพวงหนึ่งอยู่
รถแล่นออกไป ฮิลล์จึงหันกลับเข้าห้อง
โคลันต์ขับรถช้ามาก อากาศในเมืองเล็กริมทะเลหลังฝนตกช่างสดชื่น ชื้นเย็น ทั้งมีกลิ่นเค็มปนหวานจาง ๆ ในรถเปิดเพลงซอฟต์ร็อกจากซีดี บรรยากาศเข้ากันอย่างลงตัว
“ไม่ต้องซื้อของเยอะหรอก เราคงอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน” โคลันต์เปลี่ยนเพลงอีกเพลง ก่อนหันมายิ้มบาง ๆ ให้ซ่งจือ
“เรา? รวมฉันด้วยเหรอ?” ซ่งจือเอ่ยถาม ทว่าน้ำเสียงยังแหบพร่า ทำให้ใบหน้าเธอแดงระเรื่อ รู้สึกกระอักกระอ่วนเหลือเกิน
“ใช่... รวมเธอ ฉัน ร้อยโท ลู่อวี่ ฮิลล์ แล้วก็วิลค์ ทีมเอของเราทั้งทีม” โคลันต์หัวเราะอย่างจนใจพร้อมส่ายหน้า พวกเขาจะทิ้งซ่งจือไว้ที่นี่คนเดียวได้อย่างไร
“ค่ะ” ซ่งจือเข้าใจแล้วจึงพยักหน้า
รถจอดสนิท ทั้งสองลงจากรถแล้วเดินเคียงกันเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต โคลันต์จับมือซ่งจืออย่างเป็นธรรมชาติ มือหนึ่งเข็นรถเข็น อีกมือคอยปกป้องเธอ
ฝีเท้าของซ่งจือชะงักไปเล็กน้อย ตอนนี้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกำลังกัดกินเธออย่างหนัก เมื่อครู่เธอเพิ่งลุกจากเตียงของฮิลล์มา...
เธอซื้อของใช้จำเป็นมาบ้าง ส่วนโคลันต์ลากเธอไปซื้อขนม เบียร์ และวัตถุดิบทำอาหารอีกตั้งมากมาย ทั้งที่จริงแล้วเธอไม่ค่อยกินขนมสักเท่าไร เธอไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ เสียหน่อย แต่พอสบเข้ากับดวงตาสีอำพันคู่นั้นของโคลันต์ เธอก็ยอมรับของเหล่านั้นมาเงียบ ๆ อีกครั้ง
โคลันต์รู้จักวิธีอ่านใจคนเป็นอย่างดี จนใคร ๆ ก็ยากจะปฏิเสธเขา
ซ่งจือรู้สึกสับสนอยู่ในใจ แต่สถานการณ์ตรงหน้าทำให้เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดี เธอกำลังเดินลึกเข้าไปบนเส้นทางแห่งความผิดบาปมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสองเดินดูของในซูเปอร์มาร์เก็ตต่อไป สายตาของซ่งจือกวาดมองสินค้าบนชั้นวางเป็นระยะ ทว่ากลับถูกท่าทางของโคลันต์ดึงดูดอยู่เสมอ
