การอพยพถูกเลื่อนออกไป นี่ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเลย
นั่นหมายความว่าซ่งจือยังต้องถูกจับตาดูผลัดเวรกันต่อไป!
ห้องของฮิลล์ยังคงเต็มไปด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์สารพัด เขาคุ้ยหาอยู่ในกองของจนเจอเครื่องเล่นเกมเก่าเครื่องหนึ่ง แล้วยื่นให้ซ่งจือ “เล่นได้นะ ข้างในมีเกมเล่นคนเดียวอยู่หลายเกม”
ซ่งจือรับเครื่องเล่นเกมมา กล่าวขอบคุณ จากนั้นก็นั่งขัดสมาธิบนเตียง ค้นหาเกมที่ตัวเองสนใจ
ฮิลล์นั่งอยู่ข้างหน้าต่าง เปิดหน้าต่างออกครึ่งบานแล้วจุดบุหรี่ ไอนิโคตินกลิ่นมินต์พวยพุ่งออกจากโพรงจมูก ก่อนถูกลมทะเลพัดหายไปทางหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ เขาคอยหันกลับมาสังเกตซ่งจือเป็นระยะ วิเคราะห์สีหน้าของเธออย่างละเอียด แม้แต่การกระตุกเบา ๆ ตรงหางตาก็ไม่พลาด
พอสูบบุหรี่หมดมวน เขาก็ปิดหน้าต่างแล้วหันกลับมามองซ่งจือที่กำลังต่อกรกับเครื่องเล่นเกม พอเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นว่าเธอกำลังเล่นเกมต่อภาพ...เด็กชะมัด
“ไม่ใช่ชิ้นนี้ ต้องดูเส้นขอบก่อน เกมนี้ต้องใช้เทคนิค หาเส้นให้ตรงก็จะต่อได้” ฮิลล์ใช้นิ้วที่สวมถุงมือยุทธวิธีชี้ไปยังชิ้นส่วนอีกชิ้นที่ถูกต้อง
“ฉันนึกว่าเป็นอีกชิ้น รู้สึกว่าชิ้นนั้นเหมาะกว่า...”
“ความรู้สึก?” ฮิลล์นึกถึงเมื่อคืน แล้วใช้ลิ้นดุนเพดานปาก ก่อนหัวเราะหึ ๆ “ความรู้สึกของเธอแม่นนักหรือไง? หรือว่าเธอเชื่อความรู้สึกตัวเองมากขนาดนั้น?”
“ไม่ค่อยแม่นหรอก” ซ่งจือพยายามใช้วิธีที่ฮิลล์สอนเพื่อเล่นเกมให้จบ
“ดูออก แถมยังชินกับการกดข่มและหลีกเลี่ยงความรู้สึกของตัวเอง...เรียกง่าย ๆ ว่าโรคละอายต่อความสุข” ฮิลล์โน้มตัวลง สบตากับซ่งจือที่กำลังเหม่อค้าง
“อะไรนะ?”
“เมื่อคืนไง”
พอถูกพูดถึงเรื่องเมื่อคืน แววตาของซ่งจือก็มืดหม่นลง เธอคืนเครื่องเล่นเกมให้ฮิลล์แล้วพูดเสียงเบา “ฉันง่วงแล้ว...”
“นี่แหละคือการหลีกเลี่ยง เธอกำลังหนีความจริงอย่างตั้งใจ หรือหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจริงแบบไม่รู้ตัวกันแน่? ...ความขัดแย้งอยู่ในตัวเธอ เหตุผลของเธอมักจะต่อสู้กับร่างกายตัวเองอยู่เสมอ ปล่อยไว้นานเข้าเธอจะป่วย หรือไม่ตอนนี้ก็อยู่ในสภาวะผิดปกติแล้ว!”
