ตุ๋นน้ำแกงไก่เสร็จแล้ว สวี่เยียนซางช่วยคุณย่าฝูยกอาหารทั้งหมดขึ้นโต๊ะ
พอกินไปได้ครึ่งมื้อ คุณย่าฝูก็เอ่ยอย่างกระตือรือร้นว่า “เยียนซางเอ๋ย ปกติย่าอยู่ที่นี่คนเดียว ก็หวังให้บ้านมีคนคึกคักบ้าง ในเมื่อหนูอุตส่าห์มาหาทั้งที คืนนี้ค้างที่นี่เลยดีไหม?”
แผ่นหลังของสวี่เยียนซางแข็งเกร็งขึ้นมาทันที ห้องนี้ไม่ใหญ่นัก มีแค่สองห้องนอน คุณย่าฝูนอนห้องหนึ่ง ถ้าอย่างนั้นเธอก็ต้องนอนห้องเดียวกับฝูเจินเถิงน่ะสิ?
เธอเผลอรู้สึกไม่ค่อยอยากค้างขึ้นมา
ฝูเจินเถิงเหลือบมองใบหน้าเธออย่างแนบเนียน ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธแทน “พรุ่งนี้เธอต้องไปทำงาน บ้านย่าอยู่ไกลจากบริษัทเธอมาก ถ้าค้างที่นี่ พรุ่งนี้อย่างน้อยก็ต้องตื่นหกโมง ลำบากเปล่า ๆ ช่างเถอะครับ”
คุณย่าฝูแอบถลึงตาใส่เขา
ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย! ป้อนข้าวถึงปากแล้วยังไม่ยอมกินอีก!
ฝูเจินเถิงเป็นฝ่ายขัดคอเอง คุณย่าฝูจึงได้แต่ล้มเลิกความคิด
หลังกินข้าวเสร็จ คุณย่าฝูก็เข้าไปในห้องนอน ครู่หนึ่งจึงเดินออกมาพร้อมกล่องใบหนึ่ง
“เยียนซาง กำไลวงนี้ย่าให้หนู ถือเป็นของขวัญพบหน้าจากย่านะ”
สวี่เยียนซางชะงัก กำไลวงนี้ทำจากหยก แม้เธอจะไม่รู้เรื่องหยก แต่ดูจากสีเขียวสด เนื้อโปร่งแสงและเป็นประกาย ก็น่าจะมีราคาไม่น้อย
เธอรีบปฏิเสธ “คุณย่าคะ หนูรับของขวัญราคาแพงขนาดนี้ไว้ไม่ได้หรอกค่ะ”
คุณย่าฝูร้อง “โธ่เอ๊ย” ก่อนจะว่า “เด็กคนนี้นี่ คนกันเองแท้ ๆ ยังจะพูดเหมือนเป็นคนนอกอีก ย่าให้ก็รับไว้เถอะ”
พูดจบก็จับข้อมือเธอมาสวมกำไลให้ พิจารณาอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ “อืม สวยดี เข้ากับหนูมาก”
