เคาะประตูสองครั้ง ประตูก็เปิดออก
คนที่เปิดประตูเป็นหญิงชรารูปร่างสมส่วน สวมกี่เพ้าผ้าไหมสีเขียวอ่อน ลวดลายบนชุดดูสง่างาม ผมขาวทั้งศีรษะรวบเกล้าไว้ด้านหลังอย่างหลวม ๆ แม้อายุจะมากแล้ว แต่เพียงมองแวบเดียวก็เห็นได้ว่าเป็นผู้มีบุคลิกโดดเด่น
“มาคนเดียวอีกแล้วเหรอ?”
สวี่เยียนซางถูกฝูเจินเถิงบังอยู่ด้านหลัง คุณย่าฝูจึงเห็นเพียงหลานชายที่มาเดี่ยว ๆ สีหน้าก็หมดความกระตือรือร้นทันที ก่อนเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “คราวหน้าถ้ายังกลับมาคนเดียวอีก ก็ไม่ต้องมาเยี่ยมฉันแล้ว เสียความรู้สึกเปล่า ๆ”
ฝูเจินเถิงรีบขยับหลบไปด้านข้าง คว้ามือสวี่เยียนซางแล้วพาเธอออกมา “คุณย่าครับ นี่ภรรยาผม”
สวี่เยียนซางฟังน้ำเสียงเขาแล้วเหมือนจะจับได้ถึงแววอวดอยู่ราง ๆ ความประหม่าจากการ “พบผู้ใหญ่” พลันหายไปจนหมด เธอมองคุณย่าฝูแล้วทักทายอย่างสุภาพ “คุณย่าสวัสดีค่ะ ฉันชื่อเยียนซาง”
เมื่อได้ยินคำว่า “เยียนซาง” แววตาคุณย่าฝูพลันเป็นประกาย ก่อนจะเหลือบมองเจ้าหนุ่มตัวแสบข้างกายอย่างมีนัย
ฝูเจินเถิงส่ายหน้าเบา ๆ คุณย่าฝูส่งเสียงหึ ก่อนหันไปจูงมือสวี่เยียนซางเข้าบ้าน ความกระตือรือร้นเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวทันที
“เยียนซาง โตขนาดนี้แล้วเหรอ? รีบนั่งก่อน เหนื่อยแล้วใช่ไหม? นี่เป็นชาขาวที่เพื่อนเก่าเพิ่งส่งมา ลองชิมดูสิ มื้อเย็นอยากกินอะไร? ชอบไก่ผัดไหม? หรือจะตุ๋นน้ำแกงไก่ดี เห็ดป่าบนเขาเพิ่งเก็บมา สดใหม่มากเลยนะ!”
ในใจสวี่เยียนซางเกิดความสงสัยขึ้นวูบหนึ่ง น้ำเสียงตอนคุณย่าฝูพูดประโยคแรกฟังเหมือนผู้ใหญ่ที่ไม่ได้เจอกันมานาน ทั้งที่เธอกับคุณย่าฝูเพิ่งพบกันเป็นครั้งแรก
