โจวรั่วถังตอบอย่างหงุดหงิดว่า “นังนั่นไม่รู้ไปหาคนช่วยมาจากไหน คอยเฝ้าตาแก่นั่นอยู่ตลอด ฉันหาโอกาสลงมือไม่ได้เลย”
เซี่ยอวี่เยี่ยนสะบัดผมยาวอย่างไม่ใส่ใจ “ก็หาคนมาเพิ่มสิ จัดการพวกที่คอยช่วยก่อน แล้วค่อยเก็บไอ้แก่ใกล้ลงโลงนั่น ง่ายจะตาย!”
โจวรั่วถังส่ายหน้า “ไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอพูดหรอก ไอ้แก่นั่นอยู่ในย่านบ้านเก่ากลางเมือง มีกล้องวงจรปิดเต็มไปหมด”
เซี่ยอวี่เยี่ยนชะงักมือเมื่อได้ยิน ก่อนใช้ข้อศอกสะกิดโจวรั่วถังเบา ๆ “ถ้าเธออยากลงมือจริง ๆ ฉันมีแผนให้...”
โจวรั่วถังสนใจขึ้นมาทันที “แผนอะไร รีบพูดมาสิ!”
เซี่ยอวี่เยี่ยนขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเธอไม่กี่คำ ดวงตาของโจวรั่วถังก็พลันเป็นประกาย
สวี่เยียนซางหลับสบายตลอดคืน วันรุ่งขึ้นเมื่อมาถึงบริษัท หลังเข้าร่วมประชุมประจำสัปดาห์เสร็จ เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากเซี่ยเยี่ยนฟาง
“เยียนซาง รีบกลับมาหน่อย พ่อของเธอหายตัวไปแล้ว!”
หัวใจสวี่เยียนซางบีบรัดขึ้นมาทันที เธอรีบถาม “พ่อเป็นอะไรไปคะ ทำไมถึงหายตัวไปได้?”
น้ำเสียงเซี่ยเยี่ยนฟางเต็มไปด้วยความรำคาญ “ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าเขาไปไหน เมื่อคืนก่อนนอนก็ยังดี ๆ อยู่เลย พอตื่นเช้ามาก็หายไปแล้ว! ซวยจริง ๆ วันนี้ฉันยังต้องไปประชุมผู้ปกครองให้จวินอันอีก นี่ไม่ทำให้ฉันเสียเรื่องหรือไง รีบกลับมาเร็ว ๆ!”
สวี่เยียนซางวางสายแล้วรีบไปหาหัวหน้าขอลางาน
แผนกธุรกิจมีทั้งหมดสามทีม หัวหน้าทีมสามที่สวี่เยียนซางสังกัดอยู่ชื่อจางอัน อายุเพิ่งสามสิบกว่า นิสัยดี รูปร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลา ทั้งยังประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอยู่บ้าง จึงเป็นที่นิยมในบริษัทมาก
ตอนสวี่เยียนซางเคาะประตูเข้าไปพอดีกับเห็นสาวน้อยผมหางม้าสูงเดินออกมาจากข้างใน ดวงตาแดงก่ำ เธอรู้จักเด็กสาวคนนี้ ชื่อเฉินผิงผิง เพิ่งเรียนจบได้ไม่นาน เข้าบริษัทพร้อมกับสวี่เยียนซาง และตอนนี้ยังอยู่ในช่วงทดลองงาน
พอเห็นสวี่เยียนซาง เฉินผิงผิงก็ถลึงตามองเธออย่างขุ่นเคือง ก่อนเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
สวี่เยียนซางรู้สึกงุนงง แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เธอเดินเข้าไปแล้วกล่าวว่า “หัวหน้าจาง ที่บ้านฉันมีเรื่องนิดหน่อย ขอหยุดครึ่งวันนะคะ”
