“จิงชื่อเหรอ? เราจะไปจิงชื่อกันหรือ” เวินโหรวหันไปถามเขา
เธออยากไปจิงชื่อจริง ๆ แต่ไม่ใช่ตอนนี้
ชาติก่อนเธอได้ยินชื่อจิงชื่อบ่อย ๆ ทั้งจากข่าวและโทรทัศน์ แต่กลับไม่มีโอกาสได้ไปสักครั้ง
ส่วนโจวชุนเหมย หลังจากได้รับความช่วยเหลือจากเธอ พอเรียนจบโรงเรียนพยาบาลก็ไปหางานทำที่จิงชื่อ
ที่นั่นเธอได้พบสามีในอนาคต แต่งงานมีลูก และสุดท้ายก็ตั้งหลักปักฐานอยู่ที่จิงชื่อ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขสมบูรณ์
ทุกครั้งที่คนในหมู่บ้านเอ่ยถึงเธอ ต่างก็เผยสีหน้าอิจฉาออกมา
ตอนนั้นเธอยังคิดว่าจะไปหาโจวชุนเหมยที่จิงชื่อ แต่โจวชุนเหมยกลับรังเกียจที่เธอมาจากชนบท กลัวคนเห็นแล้วจะขายหน้า จึงไม่ยอมให้เธอไปสักที
“แล้วแต่คุณ ถ้าคุณอยากไป ผมจะหาทางย้ายกลับไป” ฮั่วเหยียนชวนเอ่ย
“ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยคิดอยากไปจิงชื่อ แต่ตอนนี้ยังไม่มีแผน ฉันอยากรอให้บริษัทขนส่งตั้งตัวได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน” เวินโหรวบอกความคิดของตัวเอง
ในอนาคต เมืองหนิงจะกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งของประเทศ คนที่คว้าโอกาสนี้ไว้ได้ในชาติก่อนต่างก็ร่ำรวยกันถ้วนหน้า
คราวนี้ก็ถึงตาเธอบ้างแล้ว
“ผมตามใจคุณทุกอย่าง” ฮั่วเหยียนชวนรู้มาตลอดว่าภรรยามีความคิดเป็นของตัวเอง จึงเคารพการตัดสินใจของเธอเสมอ
สิ่งที่เขาทำได้ก็มีเพียงอยู่ข้าง ๆ เธอ และช่วยเหลือเมื่อเธอต้องการ
ที่จริงไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ขอแค่ครอบครัวได้อยู่ด้วยกัน เขาก็พอใจแล้ว
“ฮั่วเหยียนชวน คุณช่วยขอรถให้ฉันสักคันได้ไหม รถเก่าก็ได้ กองทัพน่าจะมีรถบรรทุกเก่าที่ปลดประจำการแล้วอยู่เยอะ ปกติพวกคุณจัดการรถพวกนั้นยังไง” พอพูดถึงบริษัทขนส่ง เวินโหรวก็มองฮั่วเหยียนชวนอย่างจริงจังแล้วถาม
แต่ตอนนี้ฮั่วเหยียนชวนเริ่มใจลอยไปไกลแล้ว ตั้งแต่เมื่อครู่เวินโหรวสวมเสื้อบางแนบเนื้อ ขยับตัวไปมาอยู่ในอ้อมแขนเขา จนตอนนี้เขารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว
เดิมทีเขาไม่ได้คิดอะไร แต่ใครใช้ให้เธอจงใจยั่วยวนกันอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้ล่ะ
“มีอยู่ แต่...จัดการยากหน่อย” ฮั่วเหยียนชวนพูดพลางยื่นมือดึงเธอเข้ามาแนบชิด มือหนึ่งโอบเอวเธอไว้ ก่อนออกแรงยกเธอขึ้นมานั่งบนตัวเขาอย่างง่ายดาย
เวินโหรว “...”
