หลังจากกินข้าวเสร็จ ฮั่วเหยียนชวนก็กลับไปพักที่หอพักของกองทัพเหมือนเดิม
เวินโหรวเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว เห็นว่าไม่มีธุระอะไร จึงเข้านอนแต่หัวค่ำ
หลายวันนี้เธอไม่ได้พักผ่อนให้เต็มที่เลยสักครั้ง กลับถึงบ้านในที่สุดก็ได้นอนหลับอย่างสบายใจเสียที
วันรุ่งขึ้น เธอเพิ่งกินข้าวเสร็จก็ได้ยินเสียงหวังเยี่ยนผิงตะโกนเรียกอยู่ข้างนอก
“น้องเวินโหรว จะไปทำงานในไร่ด้วยกันไหม”
เวินโหรวได้ยินเสียงจึงเดินไปเปิดประตู ตอบรับหนึ่งคำ แล้วหยิบกระติกน้ำมาพร้อมพันผ้าโพกศีรษะ ก่อนจะไปทำงานในไร่กับหวังเยี่ยนผิง
ตั้งแต่แบ่งที่ดินกันมา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอไปที่ไร่ ส่วนบ้านอื่น ๆ เริ่มบุกเบิกที่ดินกันไปหมดแล้ว
ที่ดินที่พวกเขาได้รับอยู่ในหมู่บ้านใกล้ ๆ และทำงานร่วมกับชาวบ้านที่นั่น
แถวนี้มีพายุทรายแรง การบุกเบิกที่ดินจึงยากลำบากมาก
แต่ด้วยความพยายามและประสบการณ์ที่สั่งสมมานานของผู้คน ตอนนี้พื้นที่รกร้างที่บุกเบิกแล้วมีเกือบหนึ่งร้อยกว่าหมู่
เดิมทีเวินโหรวคิดว่าที่ดินที่แบ่งให้คงเป็นพื้นที่รกร้างทั้งหมด ไม่คิดว่าสภาพจะดีกว่าที่เธอคิดไว้มาก
ยิ่งไปกว่านั้น ที่ดินผืนนี้ไม่จำเป็นต้องบุกเบิกใหม่ แค่พรวนดินอีกครั้งก็เริ่มเพาะปลูกได้แล้ว
“เรื่องนี้ต้องขอบคุณศาสตราจารย์เผิงที่ถูกส่งไปชนบทมาอยู่ในหมู่บ้านเรา ได้ยินว่าตอนที่เขาเพิ่งมาถึงก็ช่วยคนที่นี่บุกเบิกพื้นที่รกร้าง สภาพของที่นี่ในตอนนี้เป็นผลงานของเขาทั้งนั้น” หวังเยี่ยนผิงรู้อะไรมากมาย พอเห็นเวินโหรวทำหน้าสงสัยก็อธิบายให้ฟัง
