เมื่อเห็นห่าวกังช่วยเวินโหรวทำงาน สีหน้าของโจวชุนเหมยก็เปลี่ยนไปทันที
งานของเวินโหรวเหลืออีกนิดเดียว มีฮั่วเหยียนชวนช่วยเธอก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ห่าวกังกลับทำเหมือนไม่เห็นเธอ ไม่ยอมช่วยสักนิดเลยหรือ?
โจวชุนเหมยถือจอบเดินไปทางห่าวกังด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความอิจฉา
“พี่ห่าว” เธอเรียกอีกครั้ง
ห่าวกังไม่คิดว่าโจวชุนเหมยจะเดินมาหา จึงหันไปมองเธอด้วยน้ำเสียงเย็นชา “มีอะไรหรือเปล่า?”
เมื่อเห็นท่าทีของห่าวกังที่มีต่อตน โจวชุนเหมยก็แทบทำใจยอมรับไม่ได้
แต่เธอก็ยังหน้าด้านเดินเข้าไปข้างเขา ทั้งยังพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า “พี่ห่าว หนูทำงานมาทั้งวันแล้ว พี่ช่วยหนูทำสักพักได้ไหม?”
เวินโหรวมองไปทางโจวชุนเหมย เธอรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนอยู่นิ่ง แต่ไม่คิดว่าจะกล้าตรงขนาดนี้
พอได้ยินเสียงของเธอ ห่าวกังก็ขนลุกซู่ขึ้นมาทั้งตัว
“ผมยังยุ่งอยู่ ไปขอคนอื่นเถอะ” เขาก้มหน้าไม่มองโจวชุนเหมย แล้วปฏิเสธตรง ๆ
โจวชุนเหมยมองเวินโหรว ก็รู้ทันทีว่าตอนนี้อีกฝ่ายคงกำลังหัวเราะเยาะเธออยู่ในใจ
เธอจึงเอื้อมมือไปดึงแขนห่าวกัง พูดอย่างไม่ยอมแพ้ว่า “พี่เวินทำงานพวกนี้ที่บ้านจนชินแล้วนี่นา ดูมือหนูสิ ถลอกจนหนังเปิดแล้ว พี่ไม่สงสารหนูบ้างเลยหรือ ช่วยเธอแต่ไม่ช่วยหนูอย่างนั้นเหรอ?”
โจวชุนเหมยไม่เชื่อว่าตัวเองทำถึงขนาดนี้แล้ว ผู้ชายอย่างห่าวกังจะยังไม่หวั่นไหว
เขาว่ากันว่าผู้หญิงตามจีบผู้ชายก็เหมือนมีกระดาษบาง ๆ กั้นอยู่ เธอคิดว่าตัวเองหน้าตาก็พอใช้ได้ นอกจากผิวคล้ำไปหน่อยแล้ว ด้านอื่นก็ไม่ได้ด้อยกว่าเวินโหรวเลย
