หลังกลับไป เวินโหรวก็รู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง
เธอควบคุมความคิดของคนอื่นไม่ได้ และก็ไม่มีความจำเป็นต้องพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น
คิดว่าถ้าวันไหนได้เจอศาสตราจารย์เผิง ค่อยหาทางขอคำแนะนำจากท่านก็แล้วกัน
เวินโหรวรีบโยนเรื่องนี้ทิ้งไปจากหัว เธอไม่คิดจะบั่นทอนจิตใจตัวเองเพราะคนที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อวานหรอก
ช่วงบ่าย หวังเยี่ยนผิงแวะมาหา
พอรู้ว่าเวินโหรวอยากปลูกเห็ดในไร่ เธอก็อยากถามให้แน่ใจว่าเรื่องเป็นมายังไง
“น้องสาว เธอจะปลูกเห็ดจริง ๆ เหรอ? แถวนี้ปลูกข้าวยังยากจะให้งอกงามเลย ปลูกเห็ดจะไหวจริง ๆ เหรอ?”
ตอนนี้เวินโหรวเองก็ยังไม่กล้ารับประกันอะไร เพราะเธอยังอยู่ในช่วงทดลองเหมือนกัน
“ฉันก็รับประกันไม่ได้เหมือนกัน แต่ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไง เผื่อสำเร็จขึ้นมาล่ะ?”
หวังเยี่ยนผิงอดอิจฉาทัศนคติที่ดีของเวินโหรวไม่ได้ เดิมทีทุกคนปลูกข้าวก็เพราะอยากประหยัดเงินซื้อข้าว หากเธอขาดทุน ไม่ต้องพูดถึงว่าจะไม่มีเงินซื้อข้าวเลย ต่อจากนั้นชีวิตจะลำบากแค่ไหนก็ยังไม่รู้
ตอนแรกเธอยังคิดจะเกลี้ยกล่อมเวินโหรวอีกสักหน่อย แต่เห็นอีกฝ่ายตัดสินใจแล้ว จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ
จริง ๆ แล้วเธอคิดว่า ถ้าเวินโหรวมั่นใจ เธอก็อาจปลูกเห็ดไปพร้อมกับเวินโหรวได้
แต่ดูจากตอนนี้แล้ว คงต้องปล่อยไปก่อน
เวินโหรวฟังคำพูดของหวังเยี่ยนผิงก็รู้ได้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ การปลูกเห็ดครั้งนี้เป็นการทดลองครั้งแรก เธอเองขาดทุนได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะขาดทุนไหวด้วย
