เมื่อสบเข้ากับสายตาคมกริบของฮั่วเหยียนชวน และเห็นแววสงสัยในดวงตาคู่นั้น หัวใจของเวินโหรวก็เต้นสะดุดขึ้นมาทันที
ผู้ชายคนนี้ช่างประสาทไวเกินไปแล้ว แต่ไม่ว่าเขาจะเชื่อหรือไม่ เวินโหรวก็ยังอธิบายตามที่เตรียมคำพูดไว้ตั้งแต่แรก “ตอนอยู่บ้านเกิด ฉันเคยอ่านข่าวทำนองนี้จากหนังสือพิมพ์ ทั้งยังไปสอบถามที่สถานีธัญญาหารของอำเภอด้วย ไม่คิดเลยว่าข้อมูลพวกนี้จะได้ใช้ที่นี่”
แม้ฮั่วเหยียนชวนจะยังสงสัยคำพูดของเวินโหรวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เขาพยักหน้า มองเวินโหรวแล้วกำชับ “ต่อไปถ้าจะไปไหน ก็บอกพลทหารยามตรงประตูไว้สักคำ อย่ากลับดึกนัก เธอเป็นผู้หญิง อยู่ข้างนอกคนเดียวไม่ปลอดภัย”
เวินโหรวรับคำ ก่อนถามด้วยสีหน้าคาดหวัง “แล้วจดหมายแนะนำล่ะ...”
ฮั่วเหยียนชวนเห็นดวงตาเป็นประกายของเธอ จึงจำต้องรับปาก “พรุ่งนี้ฉันจะไปขอให้กองทัพออกให้”
เมื่อได้ยินว่าฮั่วเหยียนชวนจะช่วย เวินโหรวก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณนะ”
เมื่อเห็นว่าเธอพูดกับเขาอย่างเกรงใจขนาดนี้ แววผิดหวังจาง ๆ ก็วาบผ่านดวงตาของฮั่วเหยียนชวน แต่เขาก็ยังเอ่ยว่า “ไม่ต้องเกรงใจหรอก ถ้าปลูกเห็ดบนราบกึ่งทะเลทรายได้สำเร็จจริง ๆ ก็เป็นเรื่องดีสำหรับคนที่นี่เหมือนกัน”
ฮั่วเหยียนชวนมองเวินโหรว ดวงตาที่ปกติคมกริบและเย็นชาบัดนี้กลับลึกล้ำ แววตาไม่ได้สงบนิ่งเหมือนทุกครั้ง แต่เผยความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง
ตั้งแต่เธอมาที่นี่ ก็ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการส่งน้ำ ทั้งยังปลูกเห็ดและขยายประเภทพืชที่เพาะปลูก
