“เวิน...” ฮั่วเหยียนชวนเห็นดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที เขาเผลอคิดจะห้ามเธอ
แต่น่าเสียดาย กว่าเขาจะได้สติ กางเกงก็ถูกเวินโหรวถอดลงมาแล้ว
ตอนนี้เวินโหรวไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่น สายตาจับจ้องอยู่ที่บาดแผลบนต้นขาของเขา ฮั่วเหยียนชวนจึงหน้าเจื่อนขึ้นมาทันที
เมื่อเห็นว่าแผลติดเชื้อจนเลือดไหล แถมยังมีหนองด้วย แววตาของเวินโหรวก็เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
เธอไม่กล้ารอช้า รีบหยิบแอลกอฮอล์กับยาเตรียมทำแผลให้เขา
จังหวะที่ปลายนิ้วของเธอกำลังจะแตะแผลของฮั่วเหยียนชวน เขาก็คว้าข้อมือเธอไว้ทันที
“ฉันทำเองได้ ไม่ต้องลำบากคุณหรอก”
ตำแหน่งบาดเจ็บของเขาช่างน่าอึดอัดเหลือเกิน แม้เธอจะแค่จ้องบาดแผล แต่เขากลับรู้สึกเหมือนถูกเธอมองเปลือยทั้งตัว จนรู้สึกอับอาย
ไม่ใช่ว่าเขาจะคิดมาก เพียงแต่สภาพของทั้งคู่ตอนนี้ทำให้เขาอดนึกถึงเรื่องคืนนั้น ที่ถูกเธอกดทับอยู่บนเตียงไม่ได้
เงามืดในใจจากเรื่องคืนนั้นยังไม่จางหายไปเสียทีเดียว
“ตอนนี้อย่ามัวแต่คิดมากเลย ฉันไม่ได้จะทำอะไรคุณสักหน่อย คุณกลัวอะไรนักหนา ระหว่างหน้าตากับร่างกายของคุณ อะไรสำคัญกว่ากัน ถ้าไม่รีบจัดการแผล ขาคุณได้พิการแน่”
เวินโหรวไม่สนใจเขา ดึงมือของตัวเองออกจากฝ่ามือเขา แล้วรีบเริ่มทำความสะอาดแผลให้ทันที
ฮั่วเหยียนชวน “...”
ไม่ได้จะทำอะไรอย่างนั้นหรือ ครั้งแรกที่เจอกันก็ทำไปแล้วไม่ใช่หรือไง?
“ทนหน่อยนะ”
เวินโหรวพูดจบ ก็ใช้สำลีกดลงบนแผลของเขา
ฮั่วเหยียนชวนกัดฟันแน่น อดทนกับความเจ็บพลางเงยหน้ามองไป ก็เห็นเวินโหรวขมวดคิ้ว สีหน้าจริงจัง ขณะใช้สำลีทำความสะอาดแผลให้เขา
แม้เธอจะไม่เคยเรียนแพทย์ แต่เมื่อก่อนพ่อของเธอเป็นสัตวแพทย์ในหมู่บ้าน เธอจึงได้เรียนรู้จากเขามาบ้าง
หลักการก็คล้ายกัน เธอจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับการเปลี่ยนยาและจัดการบาดแผล
ฮั่วเหยียนชวนข่มความกระอักกระอ่วน มองเวินโหรวจัดการแผลให้เขาจนเสร็จ
เมื่อเธอแน่ใจว่าแผลไม่มีปัญหาแล้วก็เงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาดำสนิทของฮั่วเหยียนชวนพอดี
“เรียบร้อยแล้ว คุณใส่กางเกงได้แล้ว ต้องให้ฉันช่วยไหม?”
เวินโหรวเตือนเขา แล้วก็เห็นฮั่วเหยียนชวนส่ายหน้า “ฉันทำเองได้”
พูดจบ เขาก็รีบดึงกางเกงขึ้นสวมอีกครั้ง
