เวินโหรวไม่ได้อยู่ตรงนั้นต่อไป ส่วนโจวชุนเหมยจะใช้ชีวิตอย่างไรหลังจากนี้ ก็ไม่เกี่ยวข้องกับเธออีกแล้ว
สองวันนี้เธอเก็บฟางข้าวสาลีกับซังข้าวโพดมาได้น้อยจนน่าสงสาร แค่นี้ยังห่างไกลจากปริมาณที่ต้องใช้ทำวัสดุวัชชีวิทยาอยู่มาก
เธอกำลังคิดว่า พรุ่งนี้จะลองไปดูหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไปอีกหน่อย พอดีเดินผ่านบ้านศาสตราจารย์เผิง ก็ได้ยินเสียงคุณยายซ่งเรียกเธอแว่วมาแต่ไกล
“เสี่ยวโหรว”
เวินโหรวหันไป ก็เห็นซ่งอวี่ชิวกำลังโบกมือเรียกเธอ
เธอจึงจอดรถเข็นไว้หน้าประตู แล้วเดินเข้าไป
ซ่งอวี่ชิวเองก็รู้ตัวเช่นกันว่า นับตั้งแต่เกิดเรื่องของโจวชุนเหมย ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเวินโหรวก็ห่างเหินกันไปมาก
เธอเองก็เสียใจที่เชื่อคำพูดของโจวชุนเหมย จนเกิดอคติกับเวินโหรว
แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าใครกันแน่ที่ดีกับเธอจริง ๆ
“คุณยาย ร่างกายเป็นอย่างไรบ้างคะ”
เวินโหรวไม่ได้ถือสาเรื่องก่อนหน้านี้ อย่างไรเสียศาสตราจารย์เผิงก็ช่วยเธอไว้มาก ต่อไปหากอยากปลูกเห็ดให้ได้ผลดี เธอยังต้องรบกวนศาสตราจารย์เผิงอีกหลายเรื่อง
“ยายดีขึ้นมากแล้ว เสี่ยวโหรว มานั่งสิ คุยกับยายหน่อย” ซ่งอวี่ชิวจูงมือเวินโหรว พลางต้อนรับเธออย่างอบอุ่นให้มานั่งลง
เธอรู้ดีว่าร่างกายตัวเองเป็นอย่างไร นับตั้งแต่ถูกส่งมาอยู่ที่นี่ สุขภาพของเธอก็แย่ลงวันแล้ววันเล่า
ครั้งก่อนที่ถูกโจวชุนเหมยวางยาสลบ เธอนอนอยู่บนเตียงหลายวัน กว่าร่างกายจะค่อย ๆ ฟื้นตัว
ถ้าไม่ได้เวินโหรวพาเธอไปสถานีพยาบาลทันเวลา ไม่รู้ว่าชีวิตแก่ ๆ ของเธอจะรักษาไว้ได้หรือเปล่า
