แม้แต่เวินโหรวก็ไม่คิดว่าจะมาเจอฮั่วถิงถิงในเวลาแบบนี้ได้
“ขอโทษนะ ที่นั่งตรงนี้ฉันจองไว้ก่อนแล้ว” เธอมองฮั่วถิงถิงแล้วพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เธอเป็นใครถึงได้มานั่งรถของกองทัพ ลงมาเดี๋ยวนี้!” ฮั่วถิงถิงเห็นท่าทางของเวินโหรวก็โกรธจนหน้าเขียว ยื่นมือจะไปดึงแขนเธอ หมายจะลากเธอลงจากรถ
แต่ทันทีที่มือของหัวถิงถิงกำลังจะแตะแขนเวินโหรว เธอก็ถูกเวินโหรวคว้าข้อมือไว้ แล้วสะบัดออกไปอย่างรังเกียจ
“อย่าคิดว่าเธอเป็นน้องสาวของฮั่วเหยียนชวนแล้วฉันจะไม่กล้าตบเธอนะ ถ้าไม่รู้จักมาก่อนได้ก่อน ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะสอนให้รู้เสียหน่อย”
เวินโหรวเองก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครรังแกง่าย ๆ เมื่อวานเธอเห็นแก่ฮั่วเหยียนชวน จึงไม่คิดเอาเรื่อง แต่ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะได้คืบจะเอาศอกขนาดนี้
แม้ฮั่วเหยียนชวนจะเป็นคนเย็นชาไปสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้ไร้มารยาท ทว่าฮั่วถิงถิงคนนี้กลับไม่รู้จักเคารพคนอื่นยิ่งกว่าคุณหนูเสิ่นชิงซวงเสียอีก ไม่รู้จริง ๆ ว่าเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของฮั่วเหยียนชวนหรือเปล่า
“เธอ...เธอกล้าลงมือกับฉันเหรอ อย่าคิดว่าแต่งงานกับพี่เหยียนชวนแล้วจะมาสั่งสอนฉันได้ ฉันบอกไว้เลยว่า ตราบใดที่ฉันยังอยู่ เธอก็อย่าหวังว่าจะได้ก้าวเข้าประตูบ้านตระกูลฮั่วของเรา!”
ฮั่วถิงถิงโกรธจนตัวสั่น เธอไม่คิดเลยว่าผู้หญิงบ้านนอกอย่างเวินโหรวจะกล้าทำตัวโอหังขนาดนี้
พี่เหยียนชวนตามใจเธอถึงขนาดนี้เลยหรือ?
เวินโหรวกำลังรีบไปซื้อเชื้อเห็ด ไม่มีเวลามาเสียเปล่ากับฮั่วถิงถิงตรงนี้
“ตระกูลฮั่วของพวกเธอเก่งกาจนักหรือ? งั้นก็รบกวนกลับไปบอกคนในตระกูลฮั่วด้วยว่า ฉันไม่เคยคิดอยากเข้าประตูบ้านพวกเธอตั้งแต่แรก” ความอดทนหยดสุดท้ายของเวินโหรวหมดลง สีหน้าพลันเคร่งขรึม
พูดจบ เวินโหรวก็ผลักฮั่วถิงถิงที่ยืนขวางประตูรถออกไป แล้วปิดประตูดังปัง
