“งั้นก็แปลว่าอยากเข้าห้องน้ำสินะ ไม่ต้องอายหรอก หมอบอกว่าคุณขยับตัวเองไม่ได้ เดี๋ยวฉันไปหาขวดมาให้ คุณจัดการบนเตียงก็ได้” เวินโหรวไม่ได้ถือว่าตัวเองเป็นคนนอก พูดจบก็ไปหาขวดให้ฮั่วเหยียนชวน
ฮั่วเหยียนชวนที่นอนอยู่บนเตียงนิ่งค้างไปทันที เขามองตามแผ่นหลังของเวินโหรวที่เดินจากไป สีหน้าเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน
พอเวินโหรวออกไป เขาก็เปิดผ้าห่มแล้วลุกจากเตียงทันที
ตอนนั้นเองเขาถึงได้รู้ว่าบาดแผลอยู่ตรงโคนขา นอกจากส่วนที่พันผ้าก๊อซไว้แล้ว ขากางเกงก็ถูกตัดเปิดออกหมด แบบนี้ต่างอะไรกับไม่ได้ใส่กางเกงกันล่ะ?
ตอนที่เขาหมดสติไป เธอคงไม่ได้เห็นใช่ไหมนะ?
ฮั่วเหยียนชวนส่ายหน้า ในใจคิดว่าตอนนั้นน่าจะมีห่าวกังอยู่ด้วย คงไม่ถึงกับน่าอายขนาดนั้นหรอก
ดีที่ห้องน้ำอยู่ห้องข้าง ๆ ไม่ไกล ฮั่วเหยียนชวนจึงฉวยโอกาสตอนเวินโหรวยังไม่กลับไปเข้าห้องน้ำเอง
แม้หมอจะพูดอย่างนั้น แต่เขารู้สภาพตัวเองดีที่สุด
เมื่อก่อนเขาเคยได้รับบาดเจ็บหนักกว่านี้เสียอีก ครั้งเมื่อสามเดือนก่อนเขาเกือบตายมาแล้ว แผลแค่นี้จึงไม่ถือว่าเป็นอะไรสำหรับเขา
กว่าที่เวินโหรวจะหาขวดมาได้ พอเอามาให้ฮั่วเหยียนชวนถึงห้องพักผู้ป่วย ก็เห็นเขากำลังปีนขึ้นเตียงอยู่คนเดียว
“เมื่อกี้คุณไปเข้าห้องน้ำมาเหรอ?” เธอชะงักไป ก่อนจะถาม
พอได้ยินเสียง ฮั่วเหยียนชวนก็รีบปีนขึ้นเตียง ดึงผ้าห่มมาคลุมตัวให้เรียบร้อย เมื่อแน่ใจว่าเวินโหรวไม่เห็นเมื่อครู่แล้ว เขาถึงค่อยโล่งใจ
