“แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร? พวกเรามาหาเจ้าของกิจการเวินโหรว เธอยังไม่ได้พูดอะไรเลย แกมีสิทธิ์อะไรมาไล่พวกเราออกไป?” หวังฮุยกระชากคอเสื้อเวินจีเหนียน สีหน้าเหี้ยมเกรียม
พวกเขาหลายคนล้วนออกมาจากกองทัพ แรงเยอะ เวินจีเหนียนสู้พวกเขาไม่ไหว
“ตอนนั้นพวกแกยืนกรานจะไปให้ได้ ตอนนี้ยังมีหน้ากลับมาอีกเหรอ? คิดว่าที่นี่เป็นอะไร รีบไสหัวไป ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกแก” แม้เวินจีเหนียนจะสู้พวกเขาไม่ไหว แต่ก็ไม่ได้เกรงกลัวเลยสักนิด
เขารับปากแล้วว่าจะช่วยเวินโหรวดูแลที่นี่ จึงไม่ยอมให้ใครมาก่อเรื่องเด็ดขาด
ได้ยินเสียงเอะอะทางนี้ เวินจี้กวงก็พาคนออกมาเช่นกัน
“หวังฮุย พวกแกคิดจะทำอะไรกัน? ตอนพวกแกไปก็จ่ายเงินเดือนให้ครบแล้ว ที่นี่ไม่ได้ติดค้างอะไรพวกแก ยังกลับมาทำไมอีก?”
เวินจี้กวงนึกว่าหวังฮุยพาคนมาคิดบัญชีกับเวินโหรว ในฐานะพี่ชาย เขาย่อมต้องปกป้องน้องสาวให้ดี
เมื่อหวังฮุยเห็นเวินจี้กวง สีหน้าเผยความเสียดายออกมา
เวินจี้กวงเข้ามาทีหลังพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุงานหรือความสามารถก็สู้พวกเขาไม่ได้
ถ้าตอนนั้นเขาไม่ลาออก ตำแหน่งหัวหน้าทีมซ่อมบำรุงก็คงเป็นของเขา
ตอนนั้นหลังจากลาออกจากที่นี่ เขาก็ไปพึ่งพาเพื่อนจริง ๆ และก็เป็นเพราะดูแคลนผู้หญิงอย่างเวินโหรวที่มาเป็นเจ้าของกิจการ
สำหรับเขา ผู้ชายอย่างเขาต้องทำงานอยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้หญิง พูดออกไปก็ยังรู้สึกอับอาย
เดิมทีเขาคิดว่าไปทำงานกับเพื่อนแล้วจะได้เงินมากกว่าแน่ ๆ ใครจะคิดว่าเพื่อนคนนั้นก็เป็นแค่มือสมัครเล่น
บริษัทขนส่งทั้งบริษัทมีรถอยู่แค่คันเดียว แถมยังเก่าพังเต็มที ต่อให้ซ่อมเสร็จก็วิ่งได้ไม่ไกล แถมยังกินน้ำมันสุด ๆ
ไม่เพียงเท่านั้น เงินเดือนที่เขาได้รับยังต่ำอย่างเหลือเชื่อ
แรก ๆ เขาคิดว่าพอหาเงินได้แล้วทุกอย่างคงดีขึ้น ใครจะคิดว่าช่วงนี้ไม่เพียงหาเงินไม่ได้สักหยวนเดียว ยังขาดทุนไปไม่น้อย
ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงเงินเดือนเลย แค่จะกินให้อิ่มยังแทบไม่ไหว
ตอนที่ทำงานอยู่บริษัทขนส่งของเวินโหรว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่เรื่องอาหารการกิน เธอก็ไม่เคยปล่อยให้พวกเขาขาดแคลน
