ห่าวกังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมาครึ่งเดือนกว่า บาดแผลก็ฟื้นตัวเกือบหายดีแล้ว ในที่สุดก็ออกจากโรงพยาบาลได้เสียที
ช่วงนี้เผิ่งเสี่ยวว่านคอยดูแลและปลอบใจเขาอยู่ที่โรงพยาบาล อารมณ์ของเขาจึงปรับตัวดีขึ้นมาก
รถเพิ่งมาถึงเขตบ้านพักครอบครัว เผิ่งเสี่ยวว่านประคองห่าวกังลงจากรถได้ไม่นาน หม่าชิวอิงก็เดินดุ่มเข้ามา ยื่นมือดึงเผิ่งเสี่ยวว่านไปไว้ข้าง ๆ แล้วเข้าไปประคองลูกชายตัวเอง
“กังจื่อ เร็วเข้า กลับบ้านกัน” หม่าชิวอิงเช็ดน้ำตาพลางพูด
เผิ่งเสี่ยวว่านถูกเบียดไปอยู่ข้าง ๆ จึงทำได้เพียงเดินตามหลังห่าวกังเข้าไป
ช่วงนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ในเขตบ้านพักครอบครัว จึงยังไม่รู้ว่าหม่าชิวอิงก่อเรื่องวุ่นวายในเขตบ้านพักไว้มากแค่ไหน
“เสี่ยวว่าน” เวินโหรวเห็นภาพตรงหน้า จึงเดินเข้ามาหาเธอ
เมื่อเห็นเวินโหรว เผิ่งเสี่ยวว่านที่ฝืนทนมาหลายวันก็อดกลั้นต่อไปไม่ไหว โผเข้ากอดเธอแล้วร้องไห้ออกมา
“เสี่ยวโหรว ฉัน...”
เวินโหรวยื่นมือลูบหลังเธอเบา ๆ ปลอบว่า “ไม่ต้องกลัว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราจะเป็นกำลังใจที่มั่นคงให้เธอเสมอ”
“ขอบคุณนะ” เมื่อมีเวินโหรวอยู่ด้วย เธอก็รู้สึกเหมือนมีหลักให้ยึด ต่อไปไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไร เธอก็ไม่กลัวแล้ว
เผิ่งเสี่ยวว่านเห็นห่าวกังกับหม่าชิวอิงกลับเข้าบ้านไปแล้ว กำลังจะเดินตามไป เวินโหรวก็ยื่นมือมาคว้าแขนเธอไว้
“ไม่ต้องรีบ มากับฉันก่อน ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”
เมื่อเวินโหรวพูดเช่นนี้ เผิ่งเสี่ยวว่านแม้จะสงสัย แต่ก็ยังเดินตามเธอไป
“มีอะไรเหรอ เสี่ยวโหรว?” เผิ่งเสี่ยวว่านถามเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเวินโหรว
“เสี่ยวว่าน เธอต้องระวังแม่ผัวของเธอให้ดี อย่าปล่อยให้เขารังแกได้ง่าย ๆ ช่วงนี้เขาเอาแต่ลือไปทั่วเขตบ้านพักว่าเธอจะหย่ากับห่าวกัง เจอใครก็พูดแต่เรื่องไม่ดีเกี่ยวกับเธอ เขาไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย ๆ”
เวินโหรวรู้จักนิสัยของเผิ่งเสี่ยวว่านดี ในเมื่อเธอแต่งงานกับห่าวกังแล้ว ต่อให้ทำเพื่อเขา เธอก็คงพยายามอดทนกับครอบครัวของเขาให้มากที่สุด
แต่หม่าชิวอิงเห็นได้ชัดว่าเป็นคนรังแกคนอ่อนแอและกลัวคนแข็ง หากเสี่ยวว่านยอมให้เขาครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็จะยิ่งรังแกเธอหนักขึ้น
