“เอ๊ะ?” เมื่อเห็นเวินโหรวเก็บของที่กำลังจะให้หม่าชิวอิงกลับคืนมา อีกฝ่ายก็ยืนนิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้นทันที
หม่าชิวอิงเองก็นึกไม่ถึงว่า ของที่ให้ไปแล้วจะยังเรียกคืนกลับมาได้อีกหรือ
“ขอโทษด้วยนะคะ ของพวกนี้ฉันไม่ให้แล้วค่ะ” เวินโหรวมองหม่าชิวอิงแล้วเอ่ยขึ้น
หม่าชิวอิงชักมือที่ยื่นออกมากลับอย่างกระอักกระอ่วน สายตายังคงจับจ้องซองจดหมายที่เวินโหรววางไว้บนตะกร้า
ถ้าเดาไม่ผิด ข้างในนั้นคงใส่เงินเอาไว้สินะ
“ไม่เป็นไร แค่มีน้ำใจก็พอแล้ว ของพวกนี้ไม่สำคัญหรอก ฉันรู้ว่าห่าวกังบ้านฉันสร้างความลำบากให้พวกคุณไม่น้อย ฉันขอบคุณที่พวกคุณช่วยเหลือกันขนาดนี้” หม่าชิวอิงพูดพลางเช็ดน้ำตาอีกครั้ง
คนอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ เห็นภาพนี้ต่างก็พากันอึ้งไปหมด
“เมียหัวหน้ากรมฮั่ว คุณหมายความว่ายังไง? ของที่ให้ไปแล้วทำไมถึงเอาคืนล่ะ?”
“ใช่แล้ว ถ้าไม่อยากให้ก็อย่าหยิบออกมาสิ นี่เอาออกมาแล้วกลับไม่ให้ ฉันไม่เคยเจอคนแบบคุณมาก่อนเลยจริง ๆ”
“บางคนนี่นะ บ้านตัวเองก็ร่ำรวย แต่พอถึงเวลาสำคัญกลับขี้เหนียวขนาดนี้ ไม่รู้จักอายบ้างหรือไง?”
“นั่นสิ ผู้บังคับการกองพันห่าวก็เป็นลูกน้องของหัวหน้ากรมฮั่ว แถมยังเป็นพี่น้องที่สนิทกัน คุณเป็นภรรยาเขาแท้ ๆ แค่จะให้ของยังตระหนี่ถี่เหนียว ถ้าหัวหน้ากรมฮั่วอยู่ที่นี่ เขาคงไม่ทำแบบนี้แน่”
หม่าชิวอิงเห็นดังนั้นจึงเอ่ยห้ามว่า “พวกคุณอย่าพูดแบบนั้นเลย ทุกคนช่วยฉันมามากแล้ว ฉันจะเรียกร้องให้ทุกคนช่วยเหลือครอบครัวฉันได้ยังไง แค่มีน้ำใจก็พอแล้ว”
ก่อนหน้านี้เธอก็ได้ยินตัวตนของเวินโหรวแล้ว จึงเงยหน้ามองเวินโหรวด้วยสีหน้าซาบซึ้งใจ “ที่แท้คุณก็คือเมียหัวหน้ากรมฮั่ว ห่าวกังบ้านฉันเคยเล่าให้พวกเราสองคนฟังอยู่บ่อย ๆ ว่าหัวหน้ากรมฮั่วคอยดูแลเขาในกองทัพเป็นอย่างดี ฉันขอบคุณแทนเขาด้วยนะคะ”
พูดจบ เธอยังไม่ลืมยื่นมือไปจับมือเวินโหรว
เวินโหรวถือตะกร้าอยู่ในมือ ปกติถ้าเป็นคนอื่น เจอสถานการณ์แบบนี้ก็คงยื่นตะกร้าให้ไปแล้ว
“ไม่ต้องเกรงใจ ห่าวกังเองก็เป็นคนดี เขาเจอเรื่องแบบนี้ พวกเราก็ควรช่วยเหลือกัน เพียงแต่...”
