กินเสร็จแล้ว หลี่เช่อก็รีบช่วยพ่อแม่เก็บชามตะเกียบ บอดี้การ์ดสองคนทำท่าจะเข้ามาช่วย แต่ซูฉิงห้ามไว้
เวลาแบบนี้ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นช่วย
เสียงน้ำไหลซ่า ๆ หลี่เช่อส่งชามที่ล้างสะอาดแล้วให้พ่อแม่
เขาสะบัดน้ำออกจากมือ แล้วหยิบผ้ามาเช็ดอ่างล้างจาน ก่อนจะพูดว่า
“พ่อ แม่ ญาติ ๆ ของเราก็ควรช่วยดูแลกันตามสมควรนะ...
เรื่องอื่นไม่ต้องไปยุ่ง แต่พวกที่เป็นญาติภายในสามชั่วคน... พวกอา ลุง ป้า น้า
แล้วก็พวกลูกพี่ลูกน้องฝั่งพ่อฝั่งแม่อะไรพวกนั้น...”
พูดถึงตรงนี้ หลี่เช่อก็เงียบไปครู่หนึ่ง “เราช่วยพวกเขาหน่อยเถอะ”
หลี่เสวียโหย่วกับไช่เป่าจูชะงัก มองเขาอย่างสงสัย
“เอาอย่างนี้นะ พ่อแม่ ถ้าว่างก็ลองกลับไปถามไถ่ดูว่าที่บ้านพวกเขามีปัญหาอะไรไหม หรือมีเรื่องไหนที่จำเป็นต้องรีบจัดการหรือเปล่า
ถ้าเป็นเรื่องสมเหตุสมผลและถูกต้อง ก็จำไว้แล้วกลับมาบอกผม
อย่างเรื่องเรียน หรือใครที่ขยันขันแข็งอยากหางานทำ ขอแค่ไม่ใช่พวกขี้เกียจสันหลังยาว เอาแต่รอให้โชคลาภหล่นใส่หัว หรือมัวแต่กินเหล้าเที่ยวผู้หญิงเล่นพนัน ถ้าพอช่วยได้ก็ช่วยกันหน่อย
ถ้ามีใครป่วยหรือเจอเรื่องลำบาก พ่อแม่ก็จดไว้เหมือนกัน เราช่วยหาหมอหรือออกค่ารักษาพยาบาลให้ได้”
ระหว่างล้างจาน หลี่เช่อก็คิดได้ว่า ระบบที่ผูกติดกับตัวเขานั้นครอบคลุมญาติสายเลือดสามชั่วคน
แม้พวกเขาจะไม่รู้ แต่แถบพลังชีวิตเหนือศีรษะกะพริบสว่างบ้างมืดบ้าง แถมยังมีคำว่า ‘อันตราย’ ขนาดใหญ่กะพริบไม่หยุด
