“ได้!”
หลังจากเฉินจั๋วไตร่ตรองแล้ว ก็ตัดสินใจทันที
“ถ้าหลิ่วหลิ่วไม่ได้เข้าไปพัวพันกับเรื่องเลวร้ายพวกนั้นของหลิวชุนเซิง หรือเกี่ยวข้องไม่มาก เป็นแค่ตัวประกอบปลายแถว
ต่อให้พาเธอเข้าไป อย่างมากก็แค่ถูกกักไว้ไม่กี่เดือน แบบนั้นก็ไม่ต้องขังแล้ว ปล่อยตัวออกมาเลย”
“ครับ!”
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางนั้นวางสาย ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนกลับเข้าไปในห้องสอบสวนทันที
เขาปิดเครื่องบันทึกภาพที่เปิดไฟค้างอยู่ข้าง ๆ แล้วส่งสายตาให้เพื่อนร่วมงาน บอกให้ปิดสมุดบันทึก จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรว่า
“คุณหลิ่ว ทางเราตรวจสอบชัดเจนแล้ว คุณไม่มีปัญหาอะไร เก็บของเตรียมกลับบ้านได้เลย”
ร่างของหลิ่วหลิ่วสั่นสะท้าน เธอเงยหน้าขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ เบิกตากว้างมองคนตรงหน้า
ความดีใจอย่างท่วมท้นถาโถมเข้ามาแทบจะทำให้เธอควบคุมตัวเองไม่อยู่ เกือบหลุดร้องไห้ออกมา
“ฉัน...ฉันกลับบ้านได้จริง ๆ เหรอ?”
“อืม จากข้อมูลที่เรารวบรวมได้ในช่วงหลายวันนี้ คุณไม่มีปัญหาอะไรจริง ๆ”
คนที่ยืนอยู่ทั้งสองข้างแม้จะสงสัยอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ขัดจังหวะ
ที่จริง จากหลักฐานที่ตรวจพบในตอนนี้ หลิ่วหลิ่วเป็นคนที่จับหรือไม่จับก็ได้ ต่อให้จับมา ก็แค่กักตัวไว้ครึ่งเดือนเท่านั้น
หัวหน้าก้าวเข้ามา หยิบกุญแจมาไขเก้าอี้ที่ใส่กุญแจมือเธอไว้
จากนั้นก็วางนามบัตรใบนั้นไว้ตรงหน้า แล้วใช้นิ้วแตะเบา ๆ ก่อนเน้นเสียงขึ้นเล็กน้อย
“คุณหลิ่ว เบาะแสที่คุณให้มาครั้งสุดท้ายนี่สำคัญมาก เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่าคุณไม่มีปัญหา เก็บไว้ให้ดีล่ะ”
