ทหารสองนายมองหลี่เช่อด้วยแววตาเลื่อมใสราวกับเทพเจ้า ส่วนผู้กองเจียงยืนนิ่งอึ้งไปทั้งตัว
ตอนยิงสองสามนัดแรก เขายังดีใจอยู่เลย
เด็กหนุ่มพวกนี้ตั้งใจฝึกกันดีจริง ๆ ที่เขาพูดว่า “ปกติให้เสียเหงื่อมากหน่อย ตอนทำสงครามจะได้ไม่ต้องเสียน้ำตา” พวกนั้นคงจำขึ้นใจแล้ว
แต่พอได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายครั้ง เขาก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
ลูกน้องพวกนี้ของเขา ถ้าพูดถึงทักษะทางทหารล่ะก็ ไม่มีอะไรให้ติแน่นอน
แต่เสียงปืนนี่ชัดเจนว่ามาจากระยะไกลพอสมควร ยิงทีเดียวโดนเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร ทหารหนุ่มของเขาทำไม่ได้แน่!
ยิ่งไปกว่านั้น นี่มันเสียงปืนรุ่น 191 ชัด ๆ ไม่ใช่ปืนซุ่มยิง จะยิงแม่นขนาดนั้นได้ยังไง?
เมื่อเสียงปืนหยุดลงในที่สุด ผู้กองเจียงมองสัญญาณบนหน้าจอแสดงผล แล้วนิ่งค้างไปทั้งตัว
13 นัด ยิงไม่พลาดเลยสักนัด ทุกนัดปลิดชีพศัตรูได้หนึ่งคน
ส่วนคนที่เหลือพากันเบียดเสียดอยู่ในเหมืองหลุมเดียว กลายเป็นนกที่ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อไปแล้ว
เขายกมือขึ้นโบกอย่างเหม่อลอย ถ้าสถานการณ์แบบนี้ยังจัดการไม่ได้ ก็คงน่าขำเต็มที
ใช้วิธีของพวกมันเอาคืนพวกมันเอง ระเบิดแสงเสียงหลายลูกถูกโยนลงไป เดิมทีพวกทหารยังคิดจะจับเชลยตามความเคยชิน แต่พลันนึกได้ว่าคราวนี้ได้รับคำสั่งว่าไม่ต้องไว้ชีวิตใคร จึงจัดการพวกนั้นจนหมดอย่างใจเย็น
ทหารร่างสูงใหญ่คนหนึ่งมองทหารรับจ้างที่มีรูเลือดอยู่กลางหน้าผาก แล้วจุ๊ปากโดยไม่รู้ตัว ก่อนทำมือส่งสัญญาณให้เพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ “ไกลตั้งหลายร้อยเมตร ยิงนัดเดียวเข้าหัว กู้คนเล็กมีฝีมือยิงแม่นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
พูดไป เขาก็คลำที่คอของทหารรับจ้าง แต่กลับไม่พบป้ายห้อยคอหรืออะไรทำนองนั้น
