ค่ำคืนในฤดูหนาวมาเยือนเร็วเป็นพิเศษ
ทั้งที่รู้สึกว่ายังหัวค่ำอยู่แท้ ๆ แต่ดวงจันทร์กลับลอยสูงอยู่บนฟากฟ้าแล้ว เสี้ยวจันทร์โค้งงอคล้ายดวงตาของเผยซูหว่านยามยิ้ม
แม้แสงไฟระยิบระยับของเมืองเบื้องล่างและบรรยากาศคึกคักของโลกมนุษย์ ก็ยังบดบังประกายจันทร์ไม่ได้
จินหลิงดูเหมือนจะมีแค่ฤดูหนาวกับฤดูร้อน ไม่มีฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง เพิ่งย่างเข้าสู่ต้นเดือนธันวาคมแท้ ๆ
แต่อากาศกลับเย็นเยียบจนบาดผิว ความหนาวชื้นแทรกซึมเข้าไปถึงกระดูก
เผยซูหว่านไพล่มือไว้ด้านหลัง สวมเสื้อโค้ตเนื้อหนา คอเต่าสูงขับเน้นส่วนโค้งเว้าของร่างกายได้อย่างพอดี
รองเท้าบูตหนังสั้นที่เธอสวมอยู่เป็นประกาย ยามก้าวเดินเสียงส้นรองเท้าก็ดังตึกตัก แสงที่สะท้อนออกมาราวกับกำลังเต้นระบำ
หลี่เช่อเองก็สวมเสื้อโค้ตผ้าขนสัตว์หนา เขามองเผยซูหว่านที่เดินกระโดดโลดเต้นอยู่ข้างหน้าอย่างยิ้มแย้ม ดูราวกับลูกกวางน้อยแสนร่าเริง
ความสุขของเผยซูหว่านช่างเรียบง่ายและบริสุทธิ์ จนแม้แต่หลี่เช่อก็ยังสัมผัสได้ถึงความสุขและความอิ่มเอมใจที่เอ่อล้นออกมา
คู่รักมักอยากตัวติดกันอยู่เสมอ ราวกับอยู่ด้วยกันเท่าไรก็ไม่เคยพอ
เมื่อได้อยู่ด้วยกันก็มักรู้สึกว่าระยะเวลาช่างยาวนาน แต่เวลาที่มีให้กันกลับสั้นเกินไป
ทว่าหลี่เช่อยุ่งมาก ทุกครั้งที่ต้องแยกจากกัน ความรักและความอาลัยอาวรณ์จะถูกเก็บกลั้นไว้ในใจ เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกเหล่านั้นก็ยิ่งหอมหวานและชวนให้มึนเมา
ทุกครั้งที่ได้พบกัน ความรู้สึกก็เข้มข้นกว่าครั้งก่อน
แสงไฟถนนทอดเงาของทั้งคู่ให้ยาวเหยียดขึ้นมาฉับพลัน แต่พอใกล้ถึงเสาไฟต้นถัดไป เงาก็กลับสั้นลง
