ทั้งสองคุยเล่นกันต่ออีกพักหนึ่ง จู่ ๆ เฉินจั๋วก็ตบหน้าผากตัวเอง “เกือบลืมเรื่องหนึ่งไปเลย!”
เขาลุกขึ้นยืนแล้วเรียก “เสี่ยวหวัง เสี่ยวซู พวกคุณสองคนเข้ามาหน่อย”
ซูฉิงกับหวังหงฉีที่รออยู่ในห้องพักด้านนอกประตูเดินเข้ามาทันที ทั้งคู่มองเขาด้วยสายตาสงสัย
“ไม่ต้องเกร็ง นั่งลงได้เลย”
แม้ทั้งสองจะเข้าร่วมกลุ่มรับมือแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกเรื่องจะต้องรายงานให้คนในกลุ่มรับมือทราบทั้งหมด
แต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบต่างกัน เรื่องที่จำเป็นต้องรู้ก็ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ตนเอง
หวังหงฉีกับซูฉิงแค่ต้องรู้ว่าพวกเขากำลังปกป้องตัวตนแบบไหนอยู่ และในบางสถานการณ์พิเศษก็ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงหัวข้อสนทนานี้เป็นพอ
ทั้งสองนั่งลงข้างหลี่เช่อ ทั้งสามคนต่างจับจ้องไปยังเฉินจั๋ว
“เรื่องนี้ก็สำคัญมากเหมือนกัน”
เฉินจั๋วหยิบเอกสารหลายฉบับจากทางนั้นแล้วยื่นให้
“จากกรณีที่นายหายตัวไปกะทันหันครั้งก่อน แล้วไปปรากฏตัวที่แอฟริกา กลุ่มรับมือได้หารือกันแล้วจึงตัดสินใจเตรียมแผนรับมือไว้หลายแบบ
เอาไว้รับมือหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก”
ตามความคิดของกลุ่มรับมือ ถ้าฝังอุปกรณ์ระบุตำแหน่งไว้ใต้ผิวหนังของหลี่เช่อได้ก็คงดีมาก
น่าเสียดายที่ของแบบนั้นยังเป็นได้แค่สิ่งประดิษฐ์ในนิยายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีในปัจจุบันยังไปไม่ถึงขั้นนั้น
อุปกรณ์ทุกชนิดที่ฝังอยู่ในร่างกายมนุษย์จะรับสัญญาณจีพีเอสและสัญญาณดาวเทียมไม่ได้
สัญญาณย่านแอลจากดาวเทียมจะถูกเนื้อเยื่ออ่อนและกระดูกในร่างกายลดทอนอย่างมาก จนไม่สามารถถอดรหัสพิกัดละติจูดและลองจิจูดได้เลย
ในโลกจริงมีทั้งเครื่องหมายระบุตำแหน่งแบบพาสซีฟและอุปกรณ์ส่งสัญญาณระยะใกล้ แต่ใช้งานไม่สะดวก ส่วนระบบระบุตำแหน่งทั่วโลกนั้นมีแต่ในนิยายวิทยาศาสตร์
