ทั้งสามคนยืนมองเผยจิ่งเฉาที่แอบย่องมาอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ ด้วยสีหน้ามีพิรุธ หวังหงฉีกับซูฉิงที่อยู่ด้านหลังพลันหัวเราะออกมา
พวกเขามองหลี่เช่อ ราวกับย้อนกลับไปตอนเพิ่งมาคุ้มครองเขาใหม่ ๆ ตอนนั้นในโรงแรมก็ถามพวกเขาตาเป็นประกายแบบนี้เหมือนกันว่ามีปืนพกหรือเปล่า
หลี่เช่อเองก็นึกถึงเรื่องในอดีตขึ้นมา ทั้งยังนึกถึงเหตุการณ์เล็ก ๆ ในครั้งนั้นด้วย
ตอนนี้เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว วิธีซ่อนปืนไว้ใต้เสื้อคลุมก็มีมากขึ้นตามไปด้วย ในที่สุดปืนพกที่พกติดตัวก็เปลี่ยนเป็นเอ็มหนึ่งเก้าหนึ่งที่เขาชอบที่สุด
เขาแหวกเสื้อ หยิบปืนพกออกมา แล้วถอดซองกระสุนอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นใช้มือข้างเดียวกดปืนไว้ นิ้วทั้งสี่เกี่ยวสไลด์แล้วดึงกลับ
“แกร๊ก”
กระสุนสีเหลืองทองพุ่งออกมา เขาใช้สองนิ้วคีบมันไว้อย่างแผ่วเบา ก่อนหมุนปืนกลับด้าน จับตรงปากกระบอก แล้วส่งให้เผยจิ่งเฉา
เขาพูดเหมือนกับที่ซูฉิงและหวังหงฉีเคยพูดไว้ทุกคำว่า “ถ้ารับรองความปลอดภัยได้ จะเล่นสักหน่อยก็ไม่เป็นไร”
ท่าทางนี้ชำนาญผิดปกติ ทั้งยังมีความงดงามเฉพาะตัว เผยซูหว่านที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับตาเป็นประกาย
เผยจิ่งเฉารับปืนพกไปอย่างระมัดระวังยิ่งกว่าเดิม
ตอนเรียนต่อต่างประเทศ เขาเคยเล่นปืนอยู่แล้ว ตอนนั้นถึงกับมีคลังปืน ปืนสารพัดชนิดก็เคยยิงมาหมด แต่ในประเทศกับต่างประเทศจะเหมือนกันได้ยังไง?
ถ้าเอาของแบบนี้ไปโผล่ในงานรวมตัวของพวกเขา คงเจ๋งกว่ารถหรู นาฬิกาแพง หรือเครื่องบินเป็นไหน ๆ
เพราะของพวกนั้นใช้เงินก็หามาได้ แต่ปืนแบบนี้ ต่อให้มีเงินก็ขอใบอนุญาตครอบครองปืนอย่างถูกกฎหมายไม่ได้จริง ๆ!
เผยจิ่งเฉาลูบปืนพลางจุ๊ปาก “ฉันก็มีเอ็มหนึ่งเก้าหนึ่งเหมือนกัน แต่เก็บไว้ที่ต่างประเทศ มีอยู่หลายรุ่นเลยนะ ยังมีเดสเซิร์ตอีเกิลเคลือบทองอีกกระบอกด้วย แต่แรงถีบมันเยอะเกินไป ยิงแล้วปวดแขนไปหมด”
