เผยซูหว่านรวบชายกระโปรงแล้วนั่งลงบนเบาะข้างคนขับ พอคาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จก็เอนพิงพนักเบาะ
เธอเอียงตัวเล็กน้อย มุมปากประดับรอยยิ้มบาง ๆ ดวงตาคู่นั้นเป็นประกายระยิบระยับราวกับมีแสงส่องอยู่ หรือไม่ก็เหมือนกักเก็บหมู่ดาวเอาไว้ เธอเพียงยิ้มให้เขา ไม่พูดอะไรสักคำ
ที่จริงเธอไม่ค่อยชอบรถสปอร์ตพวกนี้นัก ทั้งเตี้ย แถมขับก็ไม่ค่อยถนัด
เขาชอบเบนซ์รุ่นเริ่มต้นของตัวเองมากกว่า ทั้งไม่สะดุดตา แถมขับสบาย
“นั่งดี ๆ ล่ะ”
หลี่เช่อหันไปยิ้มให้เธอ ก่อนขับตามหลังเผยจิ่งเฉาออกไป
พี่เมียเลือกปอร์เช่ 911 รุ่นสนามแข่งมา คงดัดแปลงไปไม่น้อย
รถสองคันขับนำหน้าและตามกันออกไป หวังหงฉีกับซูฉิงก็นั่งมายบัคตามมาด้วย
รถทั้งสามคันแล่นไปตามถนนใหญ่ ดึงดูดสายตาผู้คนมากมาย
เสียงคำรามของเครื่องยนต์เฟอร์รารีสั่นสะเทือนอย่างทรงพลัง เพียงแตะคันเร่งเบา ๆ ตัวรถก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แรงกระชากหลังติดเบาะชัดเจน
แต่สำหรับหลี่เช่อที่เคยสัมผัสแรงจีมหาศาลอันน่าสะพรึงตอนเครื่องบินเจ-20 บินทะลุกำแพงเสียงแล้ว เรื่องแค่นี้ก็เหมือนเด็กเล่น
สมกับคำที่ว่า จากประหยัดไปฟุ่มเฟือยนั้นง่าย แต่จากฟุ่มเฟือยกลับไปประหยัดนั้นยาก...
หลังจากขับเครื่องบินเจ-20 มาแล้ว ต่อให้เป็นรถสปอร์ตพวกนี้ ในใจเขาก็ยังรู้สึกจืดชืดอยู่บ้าง
“เช่อเช่อ...”
“อืม มีอะไรเหรอ?”
หลี่เช่อยื่นมือไปจับมือเผยซูหว่านอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ไม่คิดว่าอีกมือหนึ่งจะวางทับลงมาด้วย
