เขาปิดเครื่องบันทึก แล้วโทรศัพท์ออกไปอีกสาย “ให้สหายหลินโม่มาหาหน่อย”
ไม่นานนัก ประตูห้องพักผู้ป่วยก็ถูกเคาะเบา ๆ
หลินโม่เดินเข้ามา ทำความเคารพเฉินจั๋ว “ผอ.เฉิน”
เฉินจั๋วพยักหน้า วางเครื่องบันทึกลงในกล่องใบเล็กที่ดูแข็งแรงผิดปกติ แถมยังมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงลิ่ว ก่อนยื่นให้หลินโม่
“เหมือนเดิม เอาของชิ้นนี้ไปส่งให้กลุ่มรับมือ”
หลินโม่รับกล่องใบเล็กมา สีหน้าดูอึดอัดอยู่ไม่น้อย
เขาอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็กลั้นไว้ไม่อยู่
“ผอ.เฉิน ทำแบบนี้แล้วผมรู้สึกเหมือน...กำลังไปส่งพัสดุเลยครับ...”
“บ้านไหนส่งพัสดุด้วยเครื่องบินเจ-20กันล่ะ?
วางใจเถอะ ถ้าอนาคตมีเครื่องบินที่เร็วกว่าเดิม นายก็จะได้เป็นคนขับก่อนอยู่ดี!”
นั่นก็ยังเรียกว่าส่งพัสดุอยู่ดีไม่ใช่หรือไง!
เฉินจั๋วมองท่าทางของเขาก็รู้ทันทีว่าหลินโม่กำลังคิดอะไร
ก็จริง เดิมทีเขาเป็นพญาอินทรีที่โผบินอยู่บนฟ้าของมาตุภูมิ ทุกวันออกไปเล่นเกมล่าเหยื่อกับนกตัวอื่น ๆ ตอนนี้คงอึดอัดน่าดู
เฉินจั๋วฉลาดเป็นกรด พูดออกมาทันที “ครั้งสุดท้ายแล้ว! เดี๋ยวฉันจะให้คนไปพ่นสีเครื่องบินนายเป็นสีของอีเอ็มเอสจริง ๆ นะ!”
“ไป ๆ ๆ”
หลินโม่ทำความเคารพ เก็บกล่องไว้แนบตัวเหมือนเดิม แล้วรีบเดินออกไป
เขากลัวจริง ๆ ว่าเดี๋ยวเครื่องบินคู่ใจจะถูกเปลี่ยนเป็นสีเขียวขึ้นมาจะทำยังไง น่าเกลียดตายชัก
ที่จริงเขาไม่ได้บ่นจริงจังอะไร แค่อยากได้ภารกิจที่ตื่นเต้นเร้าใจกว่านี้ทำบ้าง
เมื่อห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เฉินจั๋วจึงหันไปมองหลี่เช่อ
