ยู่ยวนหันขวับไปมอง แล้วก็เห็นหวงเซวียนล้มลงไปโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
“หวงเซวียน!”
จ้าวจื่อหานกับหม่า ซีเฉิงหน้าถอดสี รีบพุ่งเข้าไปหมายจะประคองเขาโดยไม่ทันคิด
“อย่าแตะเขา!”
ยู่ยวนตวาดห้ามทั้งสองแทบจะทันที
เธอรีบหยิบถุงมือคู่หนึ่งออกมาจากกำไลโลภะ สวมมันก่อนจะย่อตัวลง พลิกหวงเซวียนอย่างระมัดระวัง
ทันทีที่พลิกตัวเขาได้
สีหน้าของทั้งสามก็เปลี่ยนไปพร้อมกัน
บนลำคอด้านหน้าของหวงเซวียน ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรมีเชื้อราสีดำขึ้นเป็นปื้นใหญ่ มันฝังลึกเข้าไปในเนื้อหนัง และขยับพองยุบเบา ๆ ไปตามลมหายใจของเขา
“เขาติดเชื้อแล้ว”
เสียงของยู่ยวนแผ่วลง
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับคนตาย
“ทำไมถึง...”
หม่า ซีเฉิงนิ่งไปสองวินาที ก่อนจะตบหัวตัวเองอย่างแรง
“นึกออกแล้ว!
ตอนเราไปโบสถ์เมื่อกี้ มีคุณยายคนหนึ่งเกือบล้มทับหวงเซวียน! เขาหลบแล้ว แต่หลบไม่พ้น!
บ้าเอ๊ย!
ต้องเป็นตอนนั้นแน่!”
ยิ่งพูด เขาก็ยิ่งรู้สึกผิด
จังหวะนั้นเอง
หวงเซวียนที่นอนอยู่บนพื้นค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
เขาได้ยินหม่า ซีเฉิงพูด จึงถามว่า “ฉันติดเชื้อแล้วเหรอ?”
ไม่มีใครตอบ
ความเงียบก็คือคำตอบอยู่แล้ว
หวงเซวียนชะงักไปสองสามวินาที ก่อนจะยกมือขึ้นเกาคอที่คัน “ก็ได้”
น้ำเสียงของเขาสงบนิ่ง “งั้นฉันไปนอนห้องข้าง ๆ”
ข้างห้องยังมีห้องเก็บของเล็ก ๆ อยู่ห้องหนึ่ง มีพื้นที่พอปูที่นอนได้แค่ผืนเดียว หวงเซวียนเริ่มเก็บเครื่องนอนของตัวเองเงียบ ๆ
ขอบตาจ้าวจื่อหานแดงก่ำ เธอยื่นมือออกไปช่วย
“อย่า”
หวงเซวียนรีบถอยหลังหนึ่งก้าว “ถ้าฉันแพร่เชื้อให้พวกเธอจะทำยังไง?”
