“ฉันคิดถึงแม่แล้ว”
คำพูดที่จู่ ๆ ก็โพล่งออกมานี้
ไม่ต่างอะไรกับระเบิดนิวเคลียร์ในหูของยู่ยวน
เธอมองเศษแป้งทอดสีเหลืองทองที่ยังติดอยู่ตรงมุมปากของหานหมิงจู แล้วร่างกายก็ถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างห้ามไม่อยู่
ตายแล้ว!
ผีร้าย!
หานหมิงจูเป็นตัววิปริตนี่นา!
ที่เธอคิดว่าได้เจอมิตรแท้ยามตกทุกข์ได้ยาก ที่แท้ก็แค่ล่อเธอที่อยู่ตัวคนเดียว!
สัญชาตญาณบอกให้ยู่ยวนถอยห่างจากเขา แต่พอเธอขยับหนีออกมาได้เพียงนิดเดียว หานหมิงจูก็เข้ามาแนบชิดราวกับตัววิปริตในวินาทีถัดมา
ไม่สิ
เขาก็คือตัววิปริตนั่นแหละ!
ตัววิปริตวางแผนซ้อนแผนอย่างแยบยล
ยู่ยวนกลับเดินขึ้นแท่นประหารเสียเอง
มือของหานหมิงจูค่อย ๆ เลื่อนมาแตะหลังมือของยู่ยวน พันรัดเธอไว้ราวกับงูพิษ ก่อนจะกุมมือเธอแน่น
เมื่อเห็นยู่ยวนกำลังมองตน เขาก็เผยรอยยิ้มเขินอายไร้เดียงสา “ขอบคุณนะ ตอนนี้ฉันไม่หิวแล้ว”
“ไม่หิวก็ดีแล้ว”
ยู่ยวนมองมือตัวเองที่ถูกตัววิปริตกุมไว้แน่น ฝืนเค้นรอยยิ้มแข็งทื่อออกมา “เอ่อ... นายปล่อยมือฉันก่อนได้ไหม?”
หานหมิงจูกะพริบตากลมโตอย่างไม่เข้าใจ
ยู่ยวนอธิบายเสียงแห้ง “ฉันหมายถึงมือ... มันเริ่มชาแล้ว”
หานหมิงจูได้ยินดังนั้น ขนตายาวก็สั่นไหว
เขาไม่เพียงไม่ยอมปล่อยมือ แต่กลับยิ่งจับแน่นกว่าเดิม จากนั้นก็เอียงใบหน้าด้านข้างอันงดงามประณีตมาวางบนฝ่ามือเธอ “ลูบหน้าฉันสิ มือเธอจะได้ไม่ชา”
ฝ่ามือสัมผัสผิวของเขา ไร้ความยืดหยุ่นและไออุ่นอย่างคนเป็น
เรียบลื่น เย็นเฉียบ แข็งทื่อ
สัมผัสที่ไม่เหมือนมนุษย์ทำให้ขนแขนของยู่ยวนลุกชันทีละเส้น “ขอบคุณนะ มือฉันหายชาแล้ว หน้านายใช้ได้ผลจริง ๆ”
เวลาคนเราตื่นกลัวมากเกินไป
บางทีก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังพูดอะไร
เธอทำได้เพียงฝืนยิ้มแข็ง ๆ แล้วหยิบแป้งทอดสีทองอีกชิ้นออกมา “ถือเป็นคำขอบคุณ เอานี่ไปกินสิ”
