“เธอบีบแก้มนายนี่”
ดวงตาคู่สวยของหนิงซีจ้องเหม่อลอย รับสายตาจริงจังของอเย่ฝาน แก้มใสระเรื่อสีชาดขึ้นมา
โชคดีที่ทั้งสองคุยกันเบามาก หยางถิงที่กำลังขับรถไม่ได้ยิน ไม่อย่างนั้นคงได้หงุดหงิดตายแน่
“นี่ นะ อย่าแหย่นะ”
เด็กสาวไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำเสียงของตัวเองเจือออดอ้อนปนอยู่เล็กน้อย
เหลียวไปดูหยางถิงที่กำลังขับรถ เย่ฝานขยับมือซ้าย ในจังหวะที่หนิงซีไม่ได้ตั้งตัวเลย คว้ามือขวาของเธอไว้ โน้มตัวเข้าไปใกล้ใบหูงาม กระซิบว่า “ไม่ได้แหย่ ฉันจริงจังนะ”
ลมหายใจอบอุ่นของอเย่ฝานรินรดแก้มหนิงซี เปลี่ยนจากสีชาดเป็นแดงเข้มด้วยความเขิน มือเล็กพยายามดิ้นออก
เย่ฝานกลัวทำหนิงซีเจ็บก็ปล่อยมือทันที หัวเราะถาม “เป็นอะไรไปครับ”
“…”
หนิงซีเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย มองวิวนอกหน้าต่าง ใจสับสนวุ่นวาย
รู้อยู่แล้วยังถามอีก!
ต่อหน้าครูแท้ ๆ ยังกล้าจับมือเธอ…
เพราะเรื่องนี้ ระหว่างทางหนิงซีไม่พูดกับเย่ฝานอีกเลย มาถึงร้านอาหารแล้วก็ยังทำหน้าบึ้งตึง
เดินเข้าห้องอาหารส่วนตัว
เย่ฝานหยิบกระดาษทิชชูที่พกติดตัวออกมาเช็ดเก้าอี้ ก่อนดึงหนิงซีมานั่งลง
“นี่…”
“นั่งดี ๆ เชื่อฟังหน่อย”
ทุ้มต่ำในน้ำเสียงแฝงเสน่ห์ดึงดูดใจ ทำให้คำพูดที่ถึงริมฝีปากของหนิงซีถูกกลืนกลับไป
หยางถิงช้อนตามองอเย่ฝาน “เช็ดให้ครูด้วย”
“ไม่เช็ด”
เย่ฝานนั่งลงข้างขวาของหนิงซี “อาจารย์ เก้าอี้ไม่ได้สกปรกนี่ครับ นั่งเลยก็ได้”
“…”
หยางถิงหงุดหงิดจนอยากกระอักเลือด
เก้าอี้ไม่ได้สกปรก?
แล้วเช็ดให้หนิงซีทำไม?
เลือกปฏิบัติชัด ๆ!!!
บทสนทนาของทั้งสองทำให้หนิงซีหน้าแดงเรื่อ ก้มหน้างุดด้วยใจระส่ำ
