“ตามฉันมา”
ทิ้งคำพูดไว้ประโยคเดียว หยางถิงหมุนตัวขึ้นบันได
เย่ฝานยิ้มตาหยีจ้องหนิงซี บอกว่า “ไปเถอะ”
“…อืม”
หนิงซีตอบรับเบา ๆ ก้าวขึ้นบันได
เย่ฝานเดินตาม
ภายใต้การควบคุมของเขา ทั้งสองเดินเคียงคู่กัน
เดินไปสักพัก หนิงซีพลันส่งเสียง “เย่ฝาน ทำไมฉันรู้สึกเหมือนระหว่างนายกับอาจารย์หยาง มันแปลก ๆ ยังไงไม่รู้”
“ตรงไหนที่แปลก”
“ความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก รู้สึกเหมือนนาย…จงใจยั่วอาจารย์หยางอะไรประมาณนั้น”
“ขนาดนั้นก็ยังไม่ถึง”
ฟังเสียงกระซิบแผ่วเบาของเด็กสาว เย่ฝานค่อย ๆ ก้าวไปช้า ๆ ดวงตาเปื้อนรอยยิ้ม “แค่ว่าฉันเป็นคนค่อนข้างผูกใจเจ็บก็เท่านั้น”
ผูกใจเจ็บ?
หนิงซีชะงักไปครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเที่ยงวานนี้ ดวงตากะพริบถี่ไม่หยุด
หรือว่า…
ทันใดนั้น ดูเหมือนเธอจะเข้าใจความหมายในคำพูดนั้น รอยแดงระเรื่อที่ผิดปกติผุดขึ้นบนใบหน้างดงาม
เห็นหยางถิงเดินเข้าไปในห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ หนิงซีหยุดฝีเท้า สงสัย “เอ๊ะ ทำไมถึงไปหาอาจารย์ใหญ่ล่ะ? พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดหนิ?”
เย่ฝานหัวเราะเสียงต่ำ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน
“ไม่มีใครกำหนดว่าทำผิดถึงจะมาห้องอาจารย์ใหญ่ได้ อาจเป็นเรื่องดีก็ได้ อย่างเช่น ผลคะแนนการแข่งขันเมื่อวาน”
“หืม?”
หนิงซีดวงตาเป็นประกาย ใบหน้างามได้รูปพลันดูน่าหลงใหลอย่างยิ่ง “ผลแข่งขันออกมาเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เธอคิดว่าคงนาน อย่างน้อยก็ต้องหลังสอบจำลองหนึ่งถึงจะรู้ผลคะแนนแข่งขัน ไม่คิดเลยว่าจะออกผลเร็วขนาดนี้
“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็คงใช่แหละ”
เย่ฝานยกมือขึ้น ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร ก็ถูกหนิงซีหลบหลีกไป
“อ–เย่ฝาน ในโรงเรียนทำแบบนี้ไม่ได้นะ”
หนิงซีหน้าแดง เตือนเสียงต่ำประโยคหนึ่ง แล้วเร่งฝีก้าว ดึงระยะห่างจากอเย่ฝาน
มองแผ่นหลังของหนิงซี เย่ฝานยกยิ้มมุมปาก พึมพำกับตัวเอง “นั่นก็หมายความว่าถ้าไม่อยู่ในโรงเรียนก็ได้สินะ? ยัยเด็กโง่ ฉันเข้าใจแล้ว!”
