“เธอ...ฉัน...”
หนิงซีสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ รู้สึกประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก
เย่ฝานเหมือนกำลังยิ้มอยู่ตลอดเวลา ดวงตาลึกซึ้งดุจดวงจันทร์เสี้ยวสุกสกาวในคืนฟ้ากระจ่าง ราวกับจะดูดกลืนเธอเข้าไปเสียอย่างนั้น
ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ได้สัดส่วนสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ผสานกับไอความเป็นชายอ่อน ๆ
ทั้งหมดนี้ทำให้สมองของเด็กสาวหยุดทำงานลงชั่วพริบตา
ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องมองอย่างไม่ละสายตา และก็ไม่อยากจะละสายตาด้วย
เย่ฝานยิ้มจนหางตาย่น เขาอยากจะเอื้อมมือไปลูบหัวเล็ก ๆ ของหนิงซีตามความเคยชิน
มือเพิ่งยกขึ้นก็ค้างอยู่กลางอากาศเช่นนั้น
แววตาของเขาฉายความลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็ล้มเลิกความคิดนั้นไป
สำหรับหนิงซีแล้ว เขาเป็นเพียงเพื่อนร่วมชั้นใหม่ที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงสองคาบเรียน การกระทำที่สนิทสนมกะทันหันเช่นนี้ คงหนีไม่พ้นถูกตีตราว่าเป็นเสือผู้หญิง
ถ้าทำเช่นนั้นก็ไม่คุ้มเสียเลย
ค่อยเป็นค่อยไปทีละนิด—
หนิงซีได้สติ แก้มทั้งสองข้างแดงระเรื่อ “คุณเย่ฝาน เรียกฉันว่าหนิงซีก็พอ เรา...ยังไม่สนิทกันขนาดนั้น”
พูดจบ เด็กสาวก็หมุนตัวกลับไป ซบหน้าลงกับโต๊ะ
เย่ฝานเม้มริมฝีปาก แววตาฉายแววขบขันน้อย ๆ
นิสัยที่แท้จริงเผยออกมาแล้วสินะ?
เด็กสาวตรงหน้านี้แหละ คือหนิงซีตัวจริง
เหมือนกับในความทรงจำทุกประการ
น่ารักเหมือนเดิม ขี้อายเหมือนเดิม
เขาถอนหายใจ หนทางที่ต้องเดินยังอีกยาวไกล
ไม่รีบร้อน น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน
เย่ฝานละสายตากลับมา หยิบหนังสือแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์ขั้นสูงออกมาเปิดอ่าน
