"ลุง...ลุงจวง?"
ผ่านไปกว่าหนึ่งนาที หนิงซีเห็นจวงลี่ยังไม่ยอมสตาร์ทรถ ใบหน้าฉายแววรู้สึกผิด น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยเรียก
"อ้อ...อ้อ!"
จวงลี่ได้สติ รีบบิดกุญแจทันที พลางทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น "คุณหนูครับ ออกเดินทางเดี๋ยวนี้ เมื่อกี้ผมนึกอะไรขึ้นมาได้เลยเหม่อไปหน่อย ต้องขอโทษด้วย"
ได้ยินดังนั้น เย่ฝานก็หัวเราะต่ำ ๆ
จวงลี่หน้าแดงก่ำ ข้ออ้างนี้ฟังไม่ขึ้นเอาซะเลย
หนิงซีกัดริมฝีปากแดงระเรื่อ เขินอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ก่อนจะหันไปแยกเขี้ยวใส่เย่ฝานแวบหนึ่ง แล้วเบือนหน้ากลับไปวาดวงกลมในใจ
คำพูดของอเย่ฝานเมื่อกี้ มันชวนให้คิดไปไกลเกินไปแล้ว
อะไรคือตอนไม่มีคน จะฆ่าหรือเฉือนยังไงก็ตามใจเธอ?
ทีนี้ ลุงจวงต้องเข้าใจผิดแน่ ๆ...
ไอ้เย่ฝานบ้า ไอ้เย่ฝานตัวแสบ!!!
รถสตาร์ทติดแล้วพุ่งเข้าสู่ถนนใหญ่ในไม่ช้า
จวงลี่ที่กำลังขับรถมองที่อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ตรงแผงควบคุม แล้วขมวดคิ้วแน่น
"เย่ฝาน นายพาคุณหนูไปเขตหงส์วิหคทำไม?"
เขตหงส์วิหค ตั้งอยู่ทางใต้ของนครหลวง มีชื่อเสียงโด่งดังมาก
เมื่อเทียบกับเขตไห่หวงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือสภาพแวดล้อมของหมู่บ้าน ล้วนไม่ด้อยไปกว่ากันเลย
เพียงแต่ทำเลของเขตหงส์วิหคไม่พลุกพล่านเท่าเขตไห่หวง แต่ทุกอย่างมีได้ก็ต้องมีเสีย เช่นเดียวกัน มีเสียก็ย่อมมีได้ เขตหงส์วิหคค่อนข้างเงียบสงบ แถมตำแหน่งที่ตั้งก็ไม่ห่างไกลเกินไป
ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าคนรวยผู้หลงใหลในความสงบ ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในเขตหงส์วิหคสูงลิบลิ่ว แม้จะสู้เขตไห่หวงไม่ได้ แต่ก็ไม่ต่างกันมากนัก ไม่ใช่ที่ที่คนธรรมดาจะเอื้อมถึง
"ไปพบใครคนหนึ่ง"
เย่ฝานตอบรับโดยไม่ได้อธิบายว่าจะไปพบใคร
จวงลี่ขมวดคิ้วแน่นขึ้นอีก น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยการเตือน "คุณนายบอกไม่ใช่เหรอ ว่าให้นายพาคุณหนูไปซื้อหนังสือเตรียมสอบ?"
"นายไม่พาคุณหนูไปซื้อหนังสือเตรียมสอบก็แล้วไปเถอะ ยังจะพาเธอไปพบคนแปลกหน้าอีก?!"
"เรื่องนี้ลุงจวงไม่ต้องกังวลหรอกครับ ถึงตอนนั้นผมจะอธิบายให้พี่หลานฟังเอง"
เมื่อได้ยินคำเตือนของจวงลี่ เย่ฝานก็ไม่ได้โกรธ กลับมีรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้า
"คุยกันตอนขับรถน่ะ มันทำให้สมาธิลดลงนะครับ ตั้งใจขับเถอะ"
"..."
