“เชื่อสิ”
ถ้อยคำเรียบง่าย น้ำเสียงราบเรียบ แต่ฟังแล้วกลับให้ความรู้สึกซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูก
หนิงซีจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างตะลึงงัน ในแววตาที่เจือความเขินอายนั้น ยังแฝงประกายของความรู้สึกบางอย่าง
เย่ฝานหล่อ เธอยอมรับข้อนี้
แต่เธอไม่เคยเป็นผู้หญิงที่เห็นหนุ่มหล่อแล้วเดินไม่เป็น แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเย่ฝาน เธอกลับรู้สึกตลอดว่ามีบางสิ่งในตัวเย่ฝานที่ดึงดูดเธอ ทำให้เธออดใจไม่ไหวที่จะเข้าใกล้เขา
ความรู้สึกประหลาดชะมัด...
“เรา...ไปกันเถอะนะ?”
“อื้ม”
เย่ฝานจับได้ถึงความเขินของหญิงสาว จึงอยากจะจูงมือเธออย่างเคยตัว แต่มือเพิ่งยกขึ้นมาก็ชะงักค้าง เขานึกถึงสัญญานั้นขึ้นมา กำลังจะหดมือกลับ แต่อุ้งมือกลับมีมือนุ่มนิ่มเล็ก ๆ สอดเข้ามา
???
เย่ฝานยืนนิ่งไปชั่วขณะ ถูกการกระทำของหนิงซีทำเอางงงันเป็นไก่ตาแตก น้ำเสียงฉายแววไม่เข้าใจ “คุณซีน้อย คุณบอกว่า...”
“บอกว่าอะไร?”
หนิงซีใบหน้าเรียวระเรื่อขึ้นเล็กน้อย กระพริบตาให้เย่ฝาน ก่อนจะพูดเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินว่า “ที่สัญญากันคือคุณห้ามจับมือฉันก่อน แต่ฉันไม่ได้บอกว่าฉันจะจับมือคุณก่อนไม่ได้ มีปัญหาอะไรไหม?”
พูดจบ เธอก็รู้สึกเคอะเขินขึ้นมา เส้นต่ำสุดของตัวเองชักต่ำลงเรื่อย ๆ จนทุกวันนี้แทบจะไม่มีขีดจำกัดแล้ว
หากเป็นเมื่อก่อน เรื่องจับมือผู้ชายก่อนน่ะ อย่าว่าแต่จะกล้าทำเลย แค่คิดก็ไม่กล้าคิดแล้ว
“มะ ไม่มีปัญหาอะไร”
ในใจเย่ฝานดีใจสุดขีด ตั้งแต่กลับมาเกิดใหม่ นี่เป็นครั้งแรกที่หนิงซีจับมือเขาเอง
