เช้าวันถัดมา
ฉู่เซี่ยกินอาหารเช้าฝีมือน้องชายเสร็จ ก็ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันจิ๋วที่หวานแหววเกินพิกัดมาถึงบริษัท จอดรถเรียบร้อยแล้ว เธอก็แวะไปโผล่หน้าแผนกแต่งเพลง 2 ก่อน จากนั้นค่อยขึ้นไปยังห้องอัดเสียงชั้น 23
ประตูลิฟต์เปิดออก ก็เห็นซางเจ๋อยืนอยู่หน้าห้องอัด ก้มมองโน้ตเพลงในมือ ปากก็พึมพำอะไรอยู่คนเดียว
“รอนานไหม มาเช้าจังนะ” ฉู่เซี่ยทักไปตามสบาย
พอเห็นฉู่เซี่ยมาถึง ซางเจ๋อก็รีบยืดตัวตรง กล่าวทักทายอย่างนอบน้อม “อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์ฉู่ ผมเพิ่งมาถึงเหมือนกันครับ”
ฉู่เซี่ยยิ้มอย่างอ่อนโยน “ซ้อมเป็นยังไงบ้าง ช่วงสองวันนี้ต้องพยายามหน่อยนะ กรกฎาคมก็จะปล่อยเพลงแล้ว”
ซางเจ๋อรีบตอบว่าไม่มีปัญหา เขาจะตั้งใจเต็มที่
ทั้งคู่เข้าไปในห้องอัดหมายเลข 7 ด้วยกัน พอเห็นซางเจ๋อดูประหม่าอยู่บ้าง ฉู่เซี่ยก็ปลอบว่า “ไม่ต้องเกร็ง เราลองร้องไล่ตั้งแต่ต้นแบบสบาย ๆ ก่อน”
ซางเจ๋อพยักหน้า ยืนอยู่หน้าไมโครโฟน สูดหายใจลึก ๆ แล้วเริ่มร้องเพลง
ช่วงแรกซางเจ๋อยังปล่อยตัวไม่ค่อยได้ แต่ยิ่งร้องก็ยิ่งลื่นไหลขึ้น หลังจากร้องจบหนึ่งรอบ ฉู่เซี่ยก็ค่อย ๆ ชี้จุดที่เขาต้องปรับ “ระวังใช้ลมหายใจจากท้อง ตอนจบแต่ละประโยคต้องเหลือลมไว้ให้พอ ผ่อนคลายลำคอลงอีกหน่อย ลองหาอารมณ์อบอุ่นดู เริ่มใหม่ตั้งแต่ประโยคแรกอีกรอบ”
“ท่อนแร็ปอย่ากลืนคำ ออกเสียงให้ชัด วิธีร้องของนายแข็งเกินไป ผ่อนอารมณ์ลงหน่อย”
“ท่อนนี้ผ่อนเสียงให้สบายกว่านี้อีก ลองหาอารมณ์ดูใหม่”
“ท่อนฮุกประคองลมหายใจให้มั่นคง ใช้เสียงผสมอย่างเป็นธรรมชาติ ลองหาความก้องในอกดู อย่าบีบคอ”
