หลังการทดสอบเสียงเสร็จสิ้นทั้งหมด ฉู่เซี่ยกับโค่วหรานก็เดินออกจากห้องบันทึกเสียง พูดคุยตามมารยาทกันเล็กน้อย ก่อนประกาศว่าเธอเลือกซางเจ๋อให้มาร้องเพลงนี้
แม้คนอื่น ๆ จะดูผิดหวังกันมาก แต่ก็ยังกล่าวลาเธออย่างสุภาพ พร้อมบอกว่าหวังว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีกในอนาคต จากนั้นทุกคนจึงทยอยกันกลับ
ฉู่เซี่ยดูเวลา เห็นว่าใกล้เลิกงานแล้ว จึงหันไปหาซางเจ๋อที่ยิ้มหน้าบาน “ดึกแล้ว พรุ่งนี้ค่อยเริ่มอัดเพลงเถอะ คืนนี้นายจะได้ทำความคุ้นเคยกับเพลงนี้เพิ่มอีกหน่อย”
ซางเจ๋อไม่มีข้อโต้แย้ง “ได้ครับ ขอบคุณอาจารย์ฉู่ที่เลือกผมมาร้องเพลงนี้ ผมจะซ้อมต่ออีกสักพัก อาจารย์กลับก่อนได้เลยครับ”
หลังนัดเวลากับซางเจ๋อสำหรับการอัดเพลงในวันรุ่งขึ้นแล้ว เธอก็หันไปกล่าวลาหร่วนเจิง ก่อนจะเข้าไปในลิฟต์
เมื่อคนในห้องบันทึกเสียงทยอยกลับกันหมด ซางเจ๋อยังคงยืนอยู่ที่เดิม พยายามกดมุมปากที่ยกขึ้นจนแทบไม่ไหว ดวงตาเปล่งประกายด้วยความยินดี
ทำนองเพลงที่เพิ่งร้องไปยังวนเวียนอยู่ในหัว เขาร้องเพลงมาหลายปี ย่อมรู้ดีว่าเพลงชั้นยอดสักเพลงจะมอบอะไรให้เขาได้บ้าง เพลงนี้เป็นผลงานที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยมีโอกาสได้สัมผัสอย่างแน่นอน
ซางเจ๋อข่มความตื่นเต้นในใจ สูดหายใจเข้าลึก ๆ กำกระดาษโน้ตเพลงในมือแน่น แล้วหันกลับไปยังห้องซ้อม
เขาจะต้องคว้าโอกาสครั้งนี้ไว้ให้ได้ ห้ามทำให้อาจารย์ฉู่ผิดหวังเด็ดขาด
ฉู่เซี่ยกลับไปที่แผนกประพันธ์เพลงฝ่ายสอง แล้วแจ้งหลิวฉี่หางก่อนจะกลับไปยังโต๊ะทำงาน พอหยิบโทรศัพท์ออกมาเตรียมฆ่าเวลาสักพัก ก็ได้รับข้อความจากฉู่ชิว
