“ฉันถูกสาปตอนอยู่ในโลกมนุษย์ ถึงได้กลายเป็นตุ๊กตาตัวเล็กเท่านี้ ตอนนี้พวกเราทำสัญญาเย่หลัวลี่กันแล้ว ฉันได้ชีวิตและเวทมนตร์กลับคืนมา แต่ยังกลับคืนร่างนางฟ้าไม่ได้”
ไป๋กวงอิ๋งไม่ได้ปิดบังอะไร สัญชาตญาณแยกแยะความดีความชั่วของเธอแม่นยำมาก แม้เกาไท่หมิงจะดูเหมือนเด็กเกเร แถมก็เป็นเด็กเกเรจริง ๆ
แต่เขาไม่มีเจตนาร้ายแม้แต่น้อย จิตใจบริสุทธิ์ อย่างน้อยก็จริงใจกับเธอมาก
เกาไท่หมิงเกาหัว ข้อมูลเยอะเกินไปจนเขาแทบประมวลผลไม่ทัน
“เธอเป็นนางฟ้าจากดินแดนนางฟ้า เดิมทีก็มีชีวิตและเวทมนตร์อยู่แล้ว แต่โดนสาปจนกลายเป็นแบบนี้ ส่วนฉันเป็นคนปลุกเธอขึ้นมา เท่ากับว่าตอนนี้เราผูกติดกันแล้วสินะ”
ไป๋กวงอิ๋งพยักหน้า “ใช่แล้ว”
เกาไท่หมิงไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ แค่สงสัยจึงถามว่า “ที่เธอบอกว่าฉันแต่งแต้มสีสันให้เธอ หมายความว่ายังไง?”
นอกจากตัวเรืองแสงแล้ว ก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเท่าไร
เขามั่นใจว่าสีสันพวกนั้นไม่ใช่สีของตัวเอง เพราะบนตัวเขามีสีตั้งเยอะ แค่เสื้อตัวเดียวก็หลากสีแล้ว
“ทำสัญญาให้สมบูรณ์แล้วนายก็จะรู้เอง”
ไป๋กวงอิ๋งยื่นนิ้วออกมา เกาไท่หมิงไม่เข้าใจนัก แต่ก็ไม่ได้ซักถาม เพียงยื่นนิ้วออกไปแตะปลายนิ้วของเธอ
“ฉัน ไป๋กวงอิ๋ง/เกาไท่หมิง ยินดีทำสัญญาเย่หลัวลี่กับเกาไท่หมิง/ไป๋กวงอิ๋ง”
แสงสีขาวเจิดจ้าสว่างวาบไปทั่วห้อง ทั้งสองถูกแสงจากวงเวทโอบล้อม ร่างลอยขึ้นกลางอากาศ พลังเวทนางฟ้าไหลทะลักผ่านสัญญา
เมื่อแสงจางหาย ทั้งคู่ก็เปลี่ยนรูปลักษณ์ไป
ผมยาวไฮไลต์สีรุ้งโดยมีสีเทาเป็นหลัก ประดับปีกสีทองไว้สองข้างเหนือไรผม สวมเสื้อกั๊กกับกางเกงขายาว รูปร่างสูงเพรียว เกาไท่หมิงเปลี่ยนจากหนุ่มซ่าทรงนักเลงเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา
ขณะเดียวกัน ไป๋กวงอิ๋งก็เปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อทำสัญญา รอบกายมีแสงระยิบระยับโอบพัน
ผมยาวสีเงินเทาไฮไลต์ม่วงอมชมพู มงกุฎฉลุลายสีดำวางอยู่บนศีรษะ กระโปรงผ้าบางสีดำ ม่วง และชมพูซ้อนทับกันยาวคลุมเข่า ประดับโบผีเสื้อสีม่วงอมชมพูตรงอกและเอว สวมรองเท้าส้นเตี้ยประดับผีเสื้อ สีขาวบริสุทธิ์ของเธอถูกแต่งแต้มด้วยสีสันแพรวพราว
แม้จะดูฉูดฉาดไปหน่อย แต่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น ไป๋กวงอิ๋งไม่ใส่ใจ เพราะยังมีเรื่องอีกมากมายที่สำคัญกว่านี้
“โอ้โห นี่คือเวทมนตร์เหรอ เท่สุด ๆ ไปเลย!”
เกาไท่หมิงตื่นเต้นกับเรื่องมหัศจรรย์ตรงหน้า ยืนสำรวจความเปลี่ยนแปลงของตัวเองอยู่หน้ากระจกอย่างอยากรู้อยากเห็น
ไป๋กวงอิ๋งอธิบายว่า “หลังทำสัญญา นายก็ใช้เวทมนตร์ได้แล้ว แต่จะใช้ได้แรงแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวนายเอง ส่วนเวทขั้นสูงต้องฝึกฝนจนเข้าใจด้วยตัวเอง”
เกาไท่หมิงตอบอย่างมั่นใจว่า “งั้นคุณชายคนนี้ก็ต้องแข็งแกร่งที่สุดอยู่แล้ว!”
เกาไท่หมิงชื่นชมร่างแปลงอยู่พักหนึ่ง ก่อนดีดนิ้วเปลี่ยนกลับเป็นร่างมนุษย์ จากนั้นก็ดึงเก้าอี้มานั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบาย ๆ
“กวงอิ๋ง คำสาปที่เธอพูดถึงมันยังไงกันแน่ ฉันช่วยเธอได้ไหม?”
เกาไท่หมิงยอมรับเรื่องต่าง ๆ ได้ดี แถมยังสนิทสนมกับคนง่ายมาก
“คำสาปตุ๊กตา นายช่วยฉันไม่ได้หรอก” ไป๋กวงอิ๋งลงไปนั่งบนกองหนังสือที่วางซ้อนกันอยู่บนโต๊ะ ห้อยขาลงจากขอบกองอย่างสบายอารมณ์ “แค่ทำสัญญากับฉัน นายก็ช่วยฉันอยู่แล้ว”
ไม่อย่างนั้นคงไม่รู้ว่าต้องรออีกนานแค่ไหนถึงจะได้เห็นเดือนเห็นตะวัน ซินหลิงเห็นชัด ๆ ว่าตั้งใจซ่อนเธอต่อไป
ในฐานะตัวแทนแห่งแสงสว่าง เธอเกลียดความมืดที่สุด พื้นที่แคบและมืดทึบแบบนั้นยังเป็นการทรมานจิตใจอีกด้วย
ส่วนเรื่องสายตาเลือกคนของซินหลิง เธอไม่ขอออกความเห็น เพราะพูดยากจริง ๆ
“ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ ใครเป็นคนสาปเธอเป็นตุ๊กตา เผื่อฉันมีวิธีก็ได้ แล้วเจ้าของร้านคนนั้นทำไมถึงแปลก ๆ ไม่อยากให้ฉันเจอเธอ แล้วก็…”
เกาไท่หมิงถามไม่หยุดราวกับเด็กขี้สงสัย ท่าทางเหมือนจะขุดคุ้ยให้รู้ถึงที่สุด
ไป๋กวงอิ๋งเลือกตอบเฉพาะเรื่องที่พูดได้ ในเมื่อทำสัญญากันแล้ว ต่อไปพวกเขาก็เป็นพวกเดียวกัน จึงต้องเชื่อใจกันในระดับหนึ่ง
อย่างน้อยตอนนี้ เกาไท่หมิงก็เป็นคู่สัญญาที่เหมาะกับเธอที่สุด เพราะครั้งนี้เขาไม่ได้ถูกบังคับให้ยอมรับ แต่เป็นฝ่ายเลือกเอง
เกาไท่หมิงเข้าใจขึ้นมาทันที “งั้นเจ้าของร้านคนนั้นก็ไม่ใช่มนุษย์สินะ”
เขาส่งเสียงชื่นชมอย่างประหลาดใจ “มนุษย์เองยังไม่เห็นจะสนใจโลกมนุษย์กันสักเท่าไร แต่นางฟ้ากลับทะเลาะกันเพื่อโลกมนุษย์ แปลกดีแฮะ”
“ไม่ต้องห่วงนะ ในเมื่อทำสัญญากับฉันแล้ว ต่อไปคุณชายจะปกป้องเธอเอง”
ไป๋กวงอิ๋งเหลือบมองเขาอย่างเฉยเมย ขี้เกียจจะพูดด้วย คู่สัญญาคนนี้ช่างพูดมากเกินไป แถมยังทำตัวเป็นเด็กวัยรุ่นเพ้อฝันอีกต่างหาก
แต่คำพูดของเขาก็ดูจริงใจอยู่บ้าง
เขาจะต่อสู้เพื่ออิสรภาพของเธอจริง ๆ
“จริงสิ ราชินีแห่งดินแดนนางฟ้าอะไรนั่น…”
เกาไท่หมิงยังพูดไม่ทันจบ กระจกในห้องก็เปล่งแสงจ้าบาดตาขึ้นมาอย่างกะทันหัน สว่างจนลืมตาไม่ขึ้น
เกาไท่หมิงยกมือบังตา พลางบ่นอย่างเอือมระอา “ใครน่ะ ไม่มีมารยาทเอาซะเลย?”
เมื่อยอมรับได้แล้วว่าโลกนี้มีนางฟ้าและเวทมนตร์ เกาไท่หมิงก็รับมือกับปรากฏการณ์ที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์แบบนี้ได้สบาย ๆ ในใจเดาว่าคงเป็นฝีมือนางฟ้าสักคน
ไป๋กวงอิ๋งขมวดคิ้วน้อย ๆ แล้วโบกมือ แสงทั้งหมดก็พลันดับวูบลง
“ที่แท้เธอเป็นคนเรียกฉันมานี่เอง คนปลุกนางฟ้าแห่งแสง”
เสียงแหลมเล็กดังขึ้น ผิวกระจกเกิดระลอกคลื่นซ้อนกัน ร่างหนึ่งปรากฏขึ้น สวมชุดคลุมมังกรสีเหลืองสด แต่งหน้าเข้มจัด แววตาคมกริบ
มุมปากของม่านตัวหลากยกขึ้นเล็กน้อย เธอมองใบหน้าของไป๋กวงอิ๋งที่แม้ไร้อารมณ์ แต่กลับดูเปล่งประกาย แล้วแววตาก็ไหววูบ มีประกายบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึงพาดผ่าน
“นางฟ้าแห่งแสง ฉันน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วว่าเธออยู่ในโลกมนุษย์ ที่แท้เธอก็คือนางฟ้าคนที่หก ดูท่าซินหลิงไม่เพียงทำให้เธอผิดหวัง แต่ยังใช้ประโยชน์จากเธอด้วย”
“ลองคิดดูสิ ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้นด้วย ตอนนั้นน่าจะทำสัญญากับฉันเสียตั้งแต่แรก ฉันแค่ต้องการพลังเท่านั้น ไม่ได้คิดจะจับเธอซ่อนไว้หรอก”
ไป๋กวงอิ๋งมีสีหน้าเย็นชา “เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว เธอกับซินหลิงต่างกันตรงไหน? ก็ทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเหมือนกัน เสแสร้งเหมือนกัน แล้วก็คิดว่าตัวเองถูกเสมอเหมือนกัน”
ม่านตัวหลาไม่โกรธ กลับยิ้มอย่างได้ใจ “ซินหลิงเทียบฉันไม่ได้หรอก เธอชอบทำเรื่องน่ารังเกียจโดยอ้างว่าทำเพื่อคนอื่น แต่ฉันไม่เหมือนกัน ฉันทำทุกอย่างอย่างเปิดเผย!”
“…” ไป๋กวงอิ๋งนิ่งเงียบ ม่านตัวหลาก็รู้จักตัวเองดีเหมือนกันนี่
เกาไท่หมิงฟังมานานจนงงไปหมด อดถามไม่ได้ว่า “ป้า คุณเป็นใครน่ะ?”
“บุกเข้าบ้านคนอื่นตามใจชอบนี่เสียมารยาทมาก รู้ไหม ฉันเป็นคนปลุกกวงอิ๋ง จะมาแย่งคนของฉันต่อหน้าต่อตาแบบนี้ดูไม่ค่อยดีนะ”
“เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ?!”
ม่านตัวหลาชะงักไป ก่อนจะเสียอาการเล็กน้อย “ฉันเป็นถึงราชินีแห่งดินแดนนางฟ้าเย่หลัวลี่ เธอจะเสียมารยาทแบบนี้ได้ยังไง!”
เกาไท่หมิงไม่ใส่ใจ “เข้าใจแล้ว ป้า”
เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน หมุนเก้าอี้แล้วขยับไปบังไป๋กวงอิ๋งไว้ด้านหลัง ราชินีอะไรนี่เห็นชัด ๆ ว่ามาหาไป๋กวงอิ๋ง ในเมื่อเป็นแบบนี้จะต้องเกรงใจทำไม
“มารยาทของคุณชายคนนี้มีไว้ให้คนที่ควรค่าแก่การเคารพเท่านั้น เธอเป็นฝ่ายไร้มารยาทก่อนเอง แถมเธอก็ไม่ใช่มนุษย์ ยังจะมาพูดเรื่องมารยาทกับฉันอีก อ่านหนังสือออกกี่ตัวกันเชียว มาทำวางท่าต่อหน้าคุณชายคนนี้”
ม่านตัวหลา: “…”
ปากของมนุษย์คนนี้ร้ายกาจจริง ๆ
ม่านตัวหลาหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห “มนุษย์น่ารังเกียจ เธอมีสิทธิ์อะไรมาพูดกับราชินีแห่งดินแดนนางฟ้าแบบนี้ อย่าคิดนะว่าแค่ทำสัญญากับนางฟ้าแห่งแสงแล้วจะมีปัญญาต่อกรกับฉัน!”
“เธอคิดว่าสถานการณ์ของนางฟ้าแห่งแสงดีนักหรือไง เธอยังไม่ได้บอกนายสินะ เรื่องสายฟ้า…”
