“ถูกต้อง ข้าเลือกความเป็นความตายไม่ได้ คนอื่นจะปฏิบัติต่อข้าอย่างไรข้าก็เลือกไม่ได้ แต่ข้าจะปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไร ระหว่างเป็นกับตาย หนทางนับหมื่น จะไปทางไหน ก็แล้วแต่ข้าจะเลือก มิใช่หรือ?”
“โอ้โห เจ้าช่างฉลาดนัก!”
“พูดจามีหลักการน่าฟังจัง!”
“ไปเถิด ๆ สนใจผลลัพธ์ไย ข้าจะไปกับเจ้า เปิดหูเปิดตาดูสิ่งที่เรียกว่าเนตรอสูรร้าย!”
เยี่ยนหลิงเอ๋อพึมพำกับตนเอง ดวงตาเป็นประกาย เงื้อหมัดเล็ก ๆ ทุบไหล่ซาอีป้ายทีหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี
ซาอีป้ายถูกนางกระแทกจนถอยกรูดหลายก้าว ส่ายศีรษะพลางมองอีกฝ่ายอย่างขบขัน
จากนั้นทั้งสองก็เตรียมตัวเล็กน้อย เมื่อซาอีป้ายระบุทิศทางได้แล้ว จึงพากันออกจากที่ตรงนั้น
“เฮ้… จู่ ๆ เจ้าก็เหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน เป็นอะไรไป?”
ระหว่างทาง เยี่ยนหลิงเอ๋ออดถามขึ้นมิได้
“โอ หือ? ว่ามาสิ”
ซาอีป้ายมีรอยยิ้มตลอดเวลา ให้ความรู้สึกอ่อนโยน
“ก่อนหน้านี้มองเจ้า ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนดี กลิ่นอายบนตัวทำให้คนอึดอัดตลอด!”
“แต่ตอนนี้ดีขึ้นมาก แม้แต่แววตายังดูใสสะอาดขึ้น ไม่รู้ว่าเป็นภาพลวงของข้าหรือไม่!”
เยี่ยนหลิงเอ๋อสับสนเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบา
“ฮ่า ๆ ๆ …”
“แม่นาง เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนเรามีกี่ด้าน?”
เมื่อได้ยิน ซาอีป้ายก็หัวเราะลั่น
“กี่ด้านหรือ?”
เยี่ยนหลิงเอ๋อหันมามอง งุนงง
“มีทั้งพันด้าน หมื่นด้าน นับไม่ถ้วน ไม่มีผู้ใดอธิบายได้ชัดว่ามีกี่ด้าน เพราะสิ่งที่คนอธิบายได้ ล้วนเป็นเรื่องที่รับรู้ได้เท่านั้น!”
“นอกจากนี้ ยังมีอีกมากที่รับรู้มิได้!”
“ที่พบเห็นบ่อยที่สุด คือสองด้าน ด้านดีด้านชั่ว!”
“นอกจากนั้นยังมีด้านหน้าและด้านหลัง คือที่คนบอกว่าต่อหน้าอย่างหนึ่ง ลับหลังอีกอย่างหนึ่ง!”
“อีกทั้งด้านซ้ายด้านขวา สื่อถึงจิตใจที่แกว่งไกวไม่แน่นอน!”
“ยังมีสิ่งที่คนทั่วไปคุ้นเคยที่สุด คืออารมณ์และตัณหาทั้งเจ็ด แต่ละอารมณ์ แต่ละตัณหาล้วนเป็นด้านหนึ่ง!”
“คนทุกคน หากมีด้านที่ทำให้คนรังเกียจ ก็ย่อมมีด้านที่ทำให้คนชื่นชอบซ่อนอยู่!”
“ในกลับกันก็เป็นเช่นนั้น!”
“แม่นาง เจ้าเคยสำรวจหรือไม่ ว่าภายในจิตใจของเจ้ามีกี่ด้าน หรือมี ‘ตัวตน’ กี่คน?”
น้ำเสียงของซาอีป้ายราวกับมีมนตร์สะกด ทำให้เยี่ยนหลิงเอ๋อตกอยู่ในห้วงความคิด
